[แฟนฟิคบารามอส] กำเนิดพ่อมดปีศาจแห่งคาโนวาล Chapter 1
posted on 24 Sep 2005 20:56 by arshura in FanFicBaramos-Episode
Chapter 1
ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าไปเดมอสเด็ดขาด อลิเซีย ข้าจะเปิดศึก ให้มันรู้ไปสิว่า คาโนวาล จะสู้เดมอสไม่ได้ เสียงห้วน ๆ ของเจ้าชายบาโร วาเนบลี แห่งคาโนวาล ดังขึ้น หลังจากฟังเรื่องราวของสาว
อย่าทำเช่นนั้นนะ บาโร ข้าไม่อยากให้เกิดสงครามขึ้นอีก ไม่อยากให้ผู้คนมากมายต้องมาสังเวยชีวิตเพราะข้า น้ำเสียงตื่นตระห
แล้วเจ้าจะยอมอย่างนั้นเหรอ อลิเซีย แต่ถึงเจ้ายอม แต่ข้าไม่ยอม เจ้าชายนักรบตวาดเสียงดังก้องไปทั่วบริเวณ
เจ้าหญิงอลิเซีย ฟาโรเวล แห่งบารามอส ถอนใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบว่า ไม่ยอม แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ ข้าไม่อยากให้เสด็จพ่อของข้าเป็นคนตระบัดสัตย์ และนี่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะยุติศึกสงคราม
เจ้าคิดว่าสิ่งที่เจ้ากำลังจะทำ มันจะยุติสงครามได้อย่างนั้นเหรอ แล้วเจ้าเคยคิดถึงข้าบ้างมั้ย ว่าข้า....จะรู้สึกยังไง เจ็บปวดสักแค่ไหน สุรเสียงที่สั่นนิด ๆ และแววตาตัดพ้อที่มองสบมา ทำให้เจ้าหญิงอลิเซียต้องก้มหน้าเพื่อหลบแววตาสีฟ้าที่มองมาคู่นั้น เพราะว่ามันจะทำให้เธอใจอ่อน
ข้าก็เจ็บไม่
ถึงแม้เจ้าหญิงแห่งบารามอสจะยอมรับชะตากรรมของตน แต่เจ้าชายแห่งคาโนวาลมีหรือที่จะยอม เจ้าอย่าตัดใจง่าย ๆ อย่างนี้สิ อลิเซีย
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฎขึ้นบนเรียวปากคู่งามก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้เจ้าชายนักรบต้องอึ้งไปอย่างจ
บาโร ไข่มุกนี้ ข้าคงต้องคืนให้ท่าน สาว
สิ่งใดที่ข้าให้เจ้าไปแล้ว ข้าไม่คิดที่จะรับคืน อลิเซีย น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นอย่างที่
แต่ข้าไม่อาจรับมันไว้ได้อีกแล้ว เพราะว่าข้าต้อง.... ปลายน้ำของบุรุษตรงหน้ายื่นมาแตะริมฝีปากบางเบา ๆ ก่อนจบประโยค ราวกับไม่อยากได้ยินถ้อยคำที่เหลือ
ถือซะว่า เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ข้ามอบให้แก่เจ้า อลิเซีย
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่มีเสียงพูดคุยของบุคคลทั้งสอง มีแต่เพียงเสียงใบไม้ไหวเนื่องจากแรงลม กลิ่นของเมฆฝนที่ดำทะมึน กำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ เข้ามาบดบังแสงแดดยามบ่าย ในที่สุดเจ้าชายแห่งคาโนวาล ก็เอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบนั้น
เจ้าจะเดินทางเมื่อไหร่
เสด็จพ่อตรัสว่า อีกหนึ่งเดือนจะมีคนจากเดมอสมารับข้า เจ้าหญิงคนงามกล่าวเบา ๆ และค่อย ๆ ก้าวเดินไปหยุดตรงหน้าของอีกฝ่าย ข้าขอลาท่านตรงนี้เลยละกัน บาโร ถึงแม้เราไม่อาจได้อยู่เคียงคู่กัน แต่เราจะยังเป็นมิตรที่ดีต่อกันตลอดไป ใช่มั้ย
นานทีเดียว กว่าที่เจ้าชายแห่งคาโนวาลจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด ๆ ออกมา แต่สุดท้ายก็มิอาจปฏิเสธต่อโชคชะตาที่เล่นตลกกับเขาได้จึงได้เอ่ยถ้อยคำ ที่ทำให้เจ้าหญิงแห่งบารามอสยิ้มออกมาได้อย่างหมดห่วงและสบายใจ เราจะเป็นมิตรดีที่ต่อกัน อลิเซีย ข้าขอให้เจ้าโชคดี
เจ้าหญิงแห่งบารามอสเดินจากไปแล้ว คงทิ้งไว้เพียงเจ้าชายนักรบที่ยังคงยืนนิ่งสงบ ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเย็นชา และคำพูดของเจ้าหญิงที่ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา
บาโร ในเมื่อข้าเสียสละถึงเพียงนี้แล้ว ทำไมท่านไม่เสียสละความรัก เพื่อส่วนรวมบ้างล่ะ เราทั้งคู่ต่างก็เป็นเลือดขัตติยะ ความสุขของราษฎรต้องมาก่อนความสุขตน หากราษฎรไร้ซึ่งความสุข กษัตริย์จะเป็นสุขได้อย่างไร
อลิเซีย เจ้าช่างเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าผู้ชายอย่างข้าเสียอีก
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงคำรามอย่างน่ากลัว แล้วยังสายอัสนีที่ฟาดลงมาเป็นระยะ ทำให้เท้าเล็ก ๆ ที่กำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างอยู่นั้น ต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น พร้อมทั้งต้องคอยหลบต้นไม้ที่ถูกสายฟ้าฟาดจนโค่นมาลงอีก แต่สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวเกิดความกลัว แต่สิ่งที่กลัวก็คือ สิ่งที่กำลังวิ่งตามมาข้างหลังต่างหาก
เร็วเข้า จับมาให้ได้นะ อย่าปล่อยให้หนีไปได้
นั่นไง เห็นหลังไว ๆ แล้ว
โอ๊ย !!!
โชคไม่เข้าข้างซะแล้ว เมื่อปลายเท้าได้สะดุดกับขอนไม้ที่นอนขวางทางอยู่ ร่างเล็ก ๆ นั้นจึงเซถลาล้มลงไปเต็มแรง และพอหันตัวกลับมา ก็พบว่า สิ่งที่ต
ฮ่าๆๆๆๆ คิดว่าจะหนีพ้นหรือ ยอมให้จับซะดี ๆ เถอะ อย่าให้พวกข้าต้องออกแรงเลย ชายกักขฬะผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมา และสายตาที่จ้องมองมานั้น ดูน่ากลัวและน่าขยะแขยงยิ่งนักสำหรับคนที่ถูกจ้อง
นั่นสิ เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีไปถึงไหน ถึงหนีพวกข้าได้ แต่ก็มีคนอีกมากตามล่าตัวเจ้าอยู่ดีนั่นแหละ ชายอีกคนหนึ่งพูดเสริม พร้อมกับสาวเท้าใกล้เข้ามาอีก
อย่าเข้ามานะ พวกเจ้าจำคนผิดแล้ว คนที่พวกเจ้าตามหาน่ะ ไม่ใช่ข้า เสียงเล็ก ๆ ที่เจ้าตัวพยายามจะดัดเสียงเอ่ยขึ้นมาอย่างหวาดกลัว แต่ก็พยายามข่มไว้
อย่ามาหลอกกันซะให้ยากเลย พวกข้าน่ะสืบมาอย่างดีแล้ว ช่างประจวบเหมาะจริง ๆ ไม่นึกไม่ฝันเลยว่า จะได้พบเจ้าง่ายดายเช่นนี้ ชายกักขฬะคนนั้นตวัดดาบมาตรงหน้าอย่างข่มขู่ และเอื้อมมือหมายจะจับคนตรงหน้า แต่ก่อนที่มือนั้นจะเอื้อมถึงเป้าหมาย ก็มีเสียง ๆ หนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ
หยุดนะ พวกเจ้าจะทำอะไรน่ะ สิ้นสุดเสียงพูดก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มผมทอง นัยน์ตาสีฟ้า ที่เดินตรงมา ทำให้ชายทั้งสองคน หันมามองด้วยสายตาแปลกใจแกมไม่พอใจ ก่อนที่จะเอ่ยตอบกลับไปว่า ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า อย่าแส่
ข้าก็ไม่อยากยุ่งหรอก แต่ข้าทนเห็นพวกเจ้ารุมรังแกเจ้าหนูคนนี้ไม่ได้ น้ำเสียงกร้าวดังออกจากปากของเจ้าชายบาโร ซึ่งเดินผ่านมาทางนี้ หลังจากแยกจากเจ้าหญิงอลิเซีย เสียงร้องพร้อมทั้งเสียงการต่อสู้ ทำให้เขาต้องก้าวเดินมาตามเสียงนั้น และภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเขาคือ เจ้าเด็กผู้ชายมอมแมมท่าทางเหมือนขอทานคนหนึ่ง กำลังจะถูกชายสองคนที่หน้าตาราวกับโจรป่า รุมทำร้าย มันทำให้เขาอดรนทนไม่ได้ ด้วยอารมณ์โกรธที่ยังคงกรุ่น ๆ อยู่ ทำให้เขายื่นมือเข้าไปยุ่ง ซึ่งมันมิใช่วิสัยของเขาเลยกับการที่ต้องไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน
งั้
ดาบปราบมาร !!! พร้อมกับวาดวิถีแห่งดาบไปยังโจรถ่อยทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว มีหรือที่โจรไร้อันดับอย่างนั้นจะหนีพ้นมือมัจจุราช และพายุลูกเห็บสลายกลายเป็นผงทันที
เจ้า.... เป็น........ใคร บังอาจ.... มาขัดขวางงาน......ของข้า เจ้าโจรที่ร่ายเวทย์ยังไม่สิ้นลมดี เอ่ยปากถามผู้ที่ปลิดชีพตน ลมหายใจขาดเป็นห้วง ๆ อย่างพยายามยื้อชีวิตกับมัจจุราช
บาโร วาเนบลี เดอะ ปริ๊นซ์ ออฟ คาโนวาล ร่างสูงยืนอย่างสงบนิ่ง และเสียงเย็น ๆ ก็ตอบกลับไป... กล้าทำและกล้าเปิดเผยตน
เจ้า ........ก็.... ต้องการ....ตัว...ของ....... เสียงสุดท้ายมิอาจเอ่ยออกมาให้จบประโยคได้ เมื่อไม่อาจยื้อชีวิตของตนได้อีกต่อไป เจ้าตัวจึงได้แต่เพียงชี้นิ้วทีสั่นระริกไปยังร่างที่ยังยืนตกตะลึงอย่างหวาดกลัวที่ต้นไม้ใหญ่ และลมหายใจสุดท้ายก็ถูกมัจจุราชพรากไป เมื่อเจ้าชายนักรบมองเห็นว่าร่างนั้นไร้ซึ่งลมหายใจแล้ว ก็เดินจากไป อย่างไม่สนใจใยดีกับคนที่กำลังยืนหน้าซีด ตัวสั่น
นายท่าน แล้วร่างของ เจ้าหนู นั้นก็วิ่งตามหลังมาติด ๆ แต่ร่างสูงก็มิได้หยุดตามเสียงเรียกนั้น ยังคงก้าวเดินไปอย่างมั่นคง ไม่สนใจต่อสายฝนที่ยังกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย คนตัวเล็กแทบจะวิ่งตาม เพราะขาสั้นกว่า
นายท่าน ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านที่ช่วยข้าเลย นายท่าน หยุดก่อน เจ้าหนูยังคงวิ่งตามต่อไป ส่วนอีกคนก็มุ่งหน้าเดินต่อไปเช่นกัน ใบหน้าคมเข้ม ไม่แม้แต่จะเหลียวหลังมามองคนที่วิ่งตามมาเลย หากแต่มีเสียงตอบอย่างห้วน ๆ มาแทน
ไม่จำเป็น
แต่ว่า..... ข้าเป็นหนี้ชีวิตท่าน ขอให้ข้าได้ตอบแทนท่านบ้างเถอะนะ เจ้าหนูยังคงตื๊อต่อไป
ข้าบอกแล้วว่า ไม่จำเป็น น้ำเสียงยิ่งห้วนขึ้นอีก เพราะเจ้าตัวเริ่มหงุดหงิดกับเจ้าคนที่วิ่งตามราวกับลูกหมาตามเจ้าของ แต่ร่างสูงก็เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ปรากฏมีแขกไม่ได้รับเชิญมายืนขวางลำอยู่ข้างหน้า ทำให้เท้าของเจ้าชายนักรบต้องหยุดเดิน เป็นผลให้เจ้าลูกหมาตัวเล็กที่วิ่งตามหลังอยู่นั้น ชนกับร่างสูงอย่างจังจนล้มลงไปก้นกระแทกพื้น แต่ถึงอย่างนั้นคนตัวสูงก็ยังไม่สนใจที่จะหันมามองอยู่ดี
ว่าไง บาโร ข้าหาเจ้าซะแทบแย่ ไหงกลับมาเดินชมป่าท่ามกลางสายฝนเช่นนี้ล่ะ บุรุษปริศนาเอ่ยถามอย่างกวนอารมณ์
................. เจ้าชายบาโรไม่สนใจที่จะตอบกลับเดินผ่านหน้าชายผู้นั้นไปอย่างไม่ไยดี ราวกับเขาผู้นั้นเป็นเพียงอากาศธาตุ ยิ่งเพิ่มความโกรธแค้นให้กับชายผู้นั้นมากยิ่งขึ้น และดาบคมที่วาดลงมาที่ลำคอ ทำให้เจ้าชายบาโร ชะงักเท้าของตนพร้อมกับตวัดหางตามองหน้าผู้ที่บังอาจทำเช่นนี้
เจ้ากล้าดียังไง ไบรอน ชายเจ้าของนาม ไบรอน ได้แต่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับหัวเราะในลำคอ
ยอมเปิดปากพูดแล้วเหรอไง บาโร ขอสักทีเถอะนะ ไอ้ท่ามาดมากของเจ้าน่ะ ข้าเห็นทีไร หงุดหงิดทุกที และข้าก็อยากจะเตือนความจำของเจ้าสักหน่อยนะ ตำแหน่งข้าก็ไม่ได้ต่ำต้อยไปกว่าเจ้า เป็นเจ้าชายแห่งคาโนวาลเหมือนกัน ไบรอนกล่าวพร้อมกับยิ้มเหี้ยมเกรียมทันที และกล่าวต่อไปอีกว่า
เจ้าอย่าหลงคิดว่าตัวเจ้าเป็นรัชทายาท แล้วจะได้ขึ้นเป็นคิงแห่งคาโนวาลนะ บาโร ข้านี่แหละ ที่จะสยบเจ้าให้ดู ตำแหน่งคิงต้องเป็นของข้า สิ้นเสียงชายนามไบรอนก็ตวัดดาบหมายปลิดชีพของคนตรงหน้า หากแต่ด้วยฝีมือที่เหนือชั้นกว่าของเจ้าชายนัยน์ตาสีฟ้า ทำให้เขาหลบดาบที่หมายสังหารเขาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเรียกหาอาวุธคู่กายขึ้นมาขวางวงดาบนั้น และออกแรงเพียงนิดก็สามารถทำให้อีกฝ่ายเซไปหลายก้าว
นั่นแค่ออเดิร์ฟเท่านั้น บาโร นี่ต่างหากล่ะคือของจริง สิ้นเสียงมนุษย์ ก็มีเพียงเสียงอาวุธที่ฟาดฟันกันเท่านั้น ฝ่ายหนึ่งสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย หมายปลิดชีพคู่ต่อสู้ อีกฝ่ายกลับสู้อย่างใจเย็น มีสติ ดูเหมือนไม่ได้ออกแรง แต่ถ้าหากอีกฝ่ายพลาดเมื่อไหร่ ก็พร้อมจะลงดาบสังหารเช่นกัน
บุรุษนักรบแห่งคาโนวาลทั้งสองคนต่อสู้กัน โดยไม่มีใครสนใจ เจ้าหนู ที่ยืนมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเอาใจช่วย นายท่าน ของตน แล้วดวงตาสีฟ้าก็ต้องเบิ่งกว้างขึ้น เมื่อเห็นว่าเจ้าชายไบรอน เล่นตุกติกโดยการซัดมีดบินเล่มเล็ก พุ่งเป้าไปยังตำแหน่งของหัวใจของเจ้าชายบาโร แต่เพียงพริบตาเดียว มีดบินเล่มนั้นก็กลายเป็นน้ำแข็ง แล้วตกลงพื้นไปอย่างง่ายดาย ท่ามกลางความงุนงงของนักสู้ทั้งสอง แล้วเจ้าชายบาโร ก็สะบัดวงดาบอีกครั้ง ยังผลให้ร่างของเจ้าชายไบรอน ล้มลงไป ปลายดาบปราบมารจ่ออยู่ที่คอหอยของอีกฝ่ายทันทีที่ล้มลง
นี่หรือ นักรบแห่งคาโนวาล กลับใช้วิธีสกปรกราวกับโจรถ่อย น้ำเสียงที่เหยียดหยามคนตรงหน้า สร้างความเจ็บแค้นให้กับผู้แพ้มากขึ้นไปอีก
เจ้าชนะ จะพูดอะไรก็พูดได้ อยากจะฆ่าก็เชิญ ถึงจะเป็นผู้แพ้ หากแต่ความหยิ่งในสายเลือดก็ยังคงหลงเหลืออยู่ พลางเชิดหน้ารอความตายจากคนตรงหน้า
วันนี้ไม่ใช่วันตัดสินผลการประลอง เจ้ากลับไปซะ เจ้าชายบาโรกล่าวพร้อมกับหันหลังเดินกลับไปยังผู้ชมเพียงหนึ่งเดียวที่ยืนอยู่
เจ้าอย่านึกว่าปล่อยข้าไป แล้วข้าจะสำนึกในบุญคุณของเจ้านะบาโร ยังไงข้าก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะชิงบัลลังก์กับเจ้าแน่ วันนี้ข้าพลาดไป แต่ก็จะแค่วันนี้เท่านั้น แล้วร่างของเจ้าชายไบรอนก็ลุกขึ้นยืน จ้องมองด้านหลังของอีกฝ่ายอย่างเคียดแค้น ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
เจ้าเป็นใครกันแน่ บอกมา น้ำเสียงตวาดคนตรงหน้าดังขึ้นทันที ที่เขารู้สึกว่าไบรอนจากไปแล้ว
ข้า.... คือ.... ข้า ด้วยความตกใจกลัวกับน้ำเสียงที่ดุดัน เสียงที่พูดจึงได้แต่ตะกุกตะกัก
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
edit @ 2006/02/13 15:55:51

#1 By ท (125.27.134.192) on 2007-03-29 19:33