[แฟนฟิคบารามอส - ดอกไม้ .... คืนสู่ดิน] บทที่ 1 ดอกไม้ มิรู้โรยรา
posted on 06 Jan 2006 23:01 by arshura in FanFicBaramos-Flowerฟิคเรื่องนี้ คนเขียนโรคจิตอย่างเรา คิดพล็อตขึ้นมาได้ไงก็ไม่รู้ ที่แน่ ๆ เพราะความชอบ ท่านอาหก กับ ปุ๊กฮุ่ย จากเรื่อง ดาบมังกรหยก (เตียบ่อกี้) มาก ๆ ก็เลยจับบาโร กับ เฟลิโอน่า มาละเลงแทน โฮะๆๆๆๆๆๆ ^^ ทำใจก่อนเข้ามาก่อนก็แล้วกันนะ
......................................................
บทที่ 1 ดอกไม้ มิรู้โรยรา
อลิเซีย ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เคียงคู่กัน
ถึงแม้ว่า .... เจ้าจะจากไปแล้ว
แต่ ..... หัวใจของข้าจะเป็นของเจ้าจนนิรันดร์
........................
สิบเจ็ดปีแล้วสินะ ที่เราอยู่กันคนละภพ ไม่ใช่คนละแดนดินเหมือ
เจ้าจากไปไกล ยังที่ที่ข้าตามไปไม่ถึง .....
สิบเจ็ดปีที่หัวใจข้าด้านชาจากความเจ็บปวดที่สูญเสียเจ้า
เจ็บเสียยิ่งกว่าตอนที่เห็นเจ้าเดินจากไปยังเดมอส
และ ..... ข้าเองที่เป็นผู้หยิบยื่นความตายให้แก่เจ้า ข้าทำลายทุกอย่างลงด้วยมือของข้าเอง
สิบเจ็ดปีที่ข้าฝังตัวเองอยู่กับอดีตที่แสนอบอุ่น อ่อนหวาน ..... เวลาที่มีเพียงเราสอง
ข้าหยุดเวลาไว้เพียงนั้น หยุดความฝัน ความทรงจำดี ๆ ทั้งหมด
ไว้ที่เจ้าเพียงผู้เดียว ..... อลิเซีย
....................................................................
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเบา ๆ ทำให้กษัตริย์บาโร วาเนบลี รู้สึกองค์จากความทรงจำที่แสนหวานและแสนจะเจ็บปวดทุกครั้งยามคำนึง เสมือนน้ำผึ้งที่อาบยาพิษ รู้ทั้งรู้ว่ามีพิษ แต่ก็ไม่เคยเข็ดที่จะลิ้มลอง เขายังคงยินดีที่จะจดจำไว้มิรู้ลืม ยอมเจ็บปวด อาดูร ขอเพียงได้นึกถึง
ไง บาโร เจ้าลืมนัดล่าสัตว์กับข้าแล้วหรือ กษัตริย์ริชาร์ด โม
โทษที ข้าคิดอะไรเพลินไปหน่อย บาโรลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตน ก้าวยาว ๆ มาทางริชาร์ด
เฮ้อ เจ้าน่ะนะ มัวแต่จมปลักอยู่กับอดีต ออกไปดูโลกภายนอกซะบ้าง หาเมียแต่งงงแต่งงานได้แล้ว ครองตัวเป็นโสดมาได้ยังไงตั้งสิบเจ็ดปี ปล่อยให้ตำแหน่งราชินีของคาโนวาลตะไคร่ขึ้น หยากไย่เกาะ
ริชาร์ดพูดกระแนะกระแหนสหายรักด้วยความอิจฉานิด ๆ ที่หมอนี่มันยังคงความหล่อเหมือนเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน วันเวลาเพียงแค่เปลี่ยนใบหน้าของหนุ่ม
หนุ่ม
และความเยือกเย็นนั้น ก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาราวกับหิมะในฤดูห
สวรรค์ลำเอียง ทำไมหมอนี่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
แต่เขา กลับอ้วนลงพุงหัวล้านอย่างนี้
เมื่อก่อนยังหล่อสูสีกันอยู่เลย คิดแล้วก็อยากใช้เวทอ่อนเยาว์จริง ๆ
ริชาร์ดได้แต่เข่นเขี้ยวในใจอย่างหมั่นไส้ปนริษยาเล็ก
ช่างข้าเถอะ จะไปหรือเปล่า ล่าสัตว์น่ะ
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ท่ามกลางป่าโปร่งทางทิศตะวันออกของคาโนวาล มีต้นไม้ใหญ่ยืนตระหง่านสูงเสียดฟ้ากันอย่างประปราย ไม่ห
ฝ่าบาท ทรงมาไกลเกินไปแล้วพ่ะยะค่ะ กระหม่อมว่า เรากลับกันดีกว่า ท่านจ้าวจะทรงกริ้ว เสียงเล็ก ๆ แต่ดังกังวานเกินตัวดังขึ้นท่ามกลางเสียงธรรมชาติของป่าเขา
หุบปากเสียทีได้ไหม เจ้ากวาง เสียงใส ๆ อีกเสียงหนึ่งตอบกลับมาห้วน ๆ ทันทีอย่างหงุดหงิด เนื่องจากทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย และหิวจนแทบจะเป็นลม
สาว
สิ่งใดกันที่สำคัญถึงขนาดว่า เจ้าหญิงเฟลิโอน่า เกรเดเวล แห่งเดมอส ต้องดั้นด้นมาตามหา ไกลถึงป่าของคาโนวาล
เจ้าหญิงทรามวัยคนเก่ง กำลังเดินนำหน้า สิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งสิ่งที่ส่งเสียงดังลั่นป่าเมื่อครู่ก่อน สิ่งมีชีวิตที่เล็กมาก เล็กจนแทบต้องก้มลงไปมองให้ดี มิเช่นนั้นอาจจะเหยียบถูกมันเข้า มันมีชื่อว่า ..... โกโดม เป็นโคมุสตัวจิ๋วหลิวขนาดเท่าฝ่ามือ บนหัวมีเขาเหมือนเขากวางที่ดูงามสง่า ไม่เหมาะกับรูปร่างแคะแกร็นของมัน
ฝ่าบาท นี่ก็บ่ายมากแล้ว กลับกั
งั้นแกกลับไปก่อนเลยไป รำคาญ อ๊ะ เจอแล้ว
น้ำเสียงของเฟลิโอน่าแปรเปลี่ยนจากการบ่นก่นด่าเจ้ากวางในตอนแรก เป็นอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ เมื่อสายตาเหลือบแลเห็น สิ่งที่ต้องการ
มันคือ ดอกแมรี่โรสสีม่วงอ่อนช่องาม นั่นเอง
ท่านพ่อบอกว่า ท่านแม่ชอบดอกโรสแมรี่ที่สุด ข้าจะเก็บไปไว้หน้าสุสานท่าน
เฟลิโอน่าเอื้อมมือเด็ดดอกไม้งามมาหลายช่อไว้ในอ้อมแขน ปากก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุข เมื่อนึกถึงท่านแม่อลิเซียที่จากไปตั้งแต่เธอมีอายุได้เพียงเดือนเดียว เธอจำหน้าท่านแม่ไม่ได้ มีแต่ภาพวาดสีน้ำมันเท่านั้น ท่านพ่อบอกว่า เธอคล้ายท่านแม่มาก แต่เธอคิดว่าท่านแม่สวยกว่าเธอเยอะ
ที่เดมอสก็มีนี่นา ฝ่าบาท
เจ้ากวางขี้บ่น เอ่ยถามอย่างฉงนใจ เพราะดอกโรสแมรี่เป็นดอกไม้ทรงโปรดขององค์ราชินีอลิเซีย พระองค์ทรงนำกระถางใบ
สวนดอกไม้งามที่เป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่ท่านจ้าวมีต่อสาวน้อยเอเดนผู้ครอบครองดวงหทัยของพระองค์
เหมือนกันที่ไหนเล่า พวกนั้นมันกลายพันธุ์ไปหมดแล้ว โรสแมรี่พันธุ์แท้ดั้งเดิมต้องเก็บที่คาโนวาล ท่านพ่อว่าอย่างนั้น
เฟลิโอน่าหันมาพูดกับเจ้ากวางก่อนจะหันไปเก็บดอกไม้ต่อไปจนเต็มอ้อมแขน เมื่อได้ปริมาณมากพอแล้ว เธอก็ร่าย เวทไม่รู้โรย ใส่เหล่าดอกไม้เพื่อให้มันคงความสดสวยแบบนี้จนกว่าเธอจะเดินทางกลับถึงเดมอส
เจ้ากวางโคมุส กระโดดขึ้นไปยืนบนหินก้อนใหญ่ผิวเกลี้ยงเกลา บริเวณใกล้ ๆ กันนั้น ระหว่างรอให้เจ้าหญิงของมัน นั่งบนพื้นจัดการห่อดอกไม้และเก็บใส่ย่ามใบโต จะเข้าไปช่วยก็ถูกไล่ออกมา มันเลยได้แต่ยืนโดดเด่นบนหินก้อนนั้น และเขากวางแสนสวยของมันโผล่พ้นเหนือพุ่มไม้ขึ้นมาแต่เพียงนั้น ส่วนลำตัวถูกบดบังด้วยไม้พุ่มนั้นนั่นเอง ใครมาเห็นก็คงนึกว่าเป็นลูกกวางตัวน้อย
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
อาชาไนยสองตัว วิ่งกุบกับมาในบริเวณป่าทางด้านทิศตะวันออกของคาโนวาล บนหลังของอาชาทั้งสองมีร่างของสองกษัตริย์ สองดินแดน หนึ่งคาโนวาล อีกหนึ่งคือแอเรียส ในมือของทั้งสองมีเกาทัณฑ์คนละคัน
แล้วสายตาของกษัตริย์บาโรก็แลเห็นกวางผู้ ตัวใหญ่สง่างามตัวหนึ่ง ยืนและเล็มหญ้าอย่างเอร็ดอร่อย เขาควบอาชาเข้าไปใกล้ ๆ อย่างเบาเสียงที่สุด ทว่า .... เจ้ากวางตัวงามกลับรู้ตัว มันกระโดนแผลวหนีไปก่อนที่เขาจะขึ้นสายธนู บาโรและริชาร์ดจึงรีบตะบึงม้าของตน ไล่ติดตามกวางนั้นไป ระยะที่เคยห่างก็ใกล้เข้ามา บาโรไม่รอช้า ง้างคันศรขึ้นอีกครั้งจนสุดสายและปล่อยมือ หมายพิชิตเจ้ากวางป่า
และดูเหมือนเจ้ากวางป่าตัวนั้นดวงยังไม่ถึงฆาต มันจึงกระโดดหนีไปทันก่อนที่ลูกธนูนั้นจะพุ่งมาถึง
แต่ว่า ....
ลูกธนูดอกนั้นก็ไม่สูญเปล่า เพราะมันพุ่งไปหาร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ลุกขึ้นยืนขึ้นมาพอดี ตรงตำแหน่งที่เจ้ากวางป่าตัวนั้นเคยยืนอยู่ ในอ้อมแขนของเธอเต็มไปด้วยดอกโรสแมรี่
เขากวางอันเล็ก ๆ สวยงามโผล่เหนือพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาขึ้นสายธนูและเล็งไปตรงเป้าหมายทันที ก่อนที่เขาจะปล่อยศรออกไปเพียงเสี้ยวนาที เบื้องหลังตรงจุดที่บาโรคิดว่ามีกวางป่านั้น กลับมีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งยืนพรวดขึ้นมา เขารีบเบี่ยงคันศรทันที แต่สายเกินไป ศรถูกแรงดีดออกจากคันแล้ว เขาจึงทำได้เพียงเบี่ยงเกาทัณฑ์ไปด้านข้างแทน แต่ศรที่พุ่งทะยานออกไปนั้นรวดเร็วเกินไป มันเบี่ยงทิศไปนิดเดียวจริง ๆ แต่ก็ไม่พ้นร่างของเด็กสาวคนนั้น
ฉึก !!!
ลูกศรดอกงามปักตรงบริเวณเหนือหัวเข่าของเด็กสาวคนนั้น และทะลุไปอีกด้าน ปักคาอยู่อย่างนั้น เลือดสีแดงเข้มข้นทะลักออกมาตรงบาดแผล บาโรเห็นเธอยกมือกุมตรงบาดแผลรอบศร และทรุดตัวม้วนกายลงกับพื้นหญ้า ท่ามกลางความตกใจและตกตะลึงของกษัตริย์ทั้งสอง เด็กสาวก้มหน้าด้วยความเจ็บปวด ทำให้บาโรไม่อาจเห็นดวงหน้านั้นได้ และเขาก็ไม่เคยคาดคิดว่า โชคชะตาจะเล่นตลกกับเขา ..... อีกครั้ง
บาโรรีบควบม้าทะยานตรงไปยังร่างที่นอนคุดคู้อยู่ทันที เขาตกใจมากจนไม่ได้ยินเสียงแหลมเล็กที่ร้องดังลั่นราวกับฟ้าถล่ม แต่เขาก็สังเกตเห็นตัวอะไรสักอย่างเล็ก ๆ ที่กำลังวิ่งตรงไปยังร่างคนเจ็บ เท้าสั้น ๆ ของมันไม่อาจเร็วไปกว่าขายาว ๆ ของเขา เขาจึงไปถึงตัวของเด็กสาวคนนั้นก่อนมัน
เมื่อกระโดดลงจากม้า บาโรก็รีบประคองร่างของเด็กสาวขึ้นมา และพอได้เห็นดวงหน้าขาวซีดที่เหยเกด้วยความเจ็บปวดของเธอ ความตกใจของเขาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก เพราะใบหน้าของเด็กสาวคนนี้ ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับคน ๆ หนึ่งเหลือเกิน .....
คนที่เขาไม่เคยลืม และจะไม่ลืมจนชั่วชีวิต
อลิเซีย ....
เจ้าตัวเล็ก ๆ ที่เขาเห็นไว ๆ เมื่อครู่กำลังวิ่งมาแต่เสียงเล็ก ๆ ของมันดังมาก่อนตัว
แก !!! ไอ้คนถ่อย ปล่อยเจ้าหญิงเฟลิโอน่า เดี๋ยวนี้นะ
บาโรเงยหน้ามองไปทางเสียงนั้น เมื่อเห็นว่ามันเป็นตัวอะไร ก็จำได้ในทันที เขาเรียกชื่อมันเสียงดัง พอ ๆ กับที่มันตะโกนเรียกเขา
โกโดม !!
เจ้าโกโดมผู้ซื่อสัตย์วิ่งห้อมาเต็มที่ เท่าที่ขาสั้น ๆ ของมันจะทำได้ มันไม่เห็นหน้าคนที่ทำร้ายเจ้าหญิง มันรู้แต่ว่า ต้องไปช่วยเจ้าหญิงของมันก่อน แล้วค่อยจัดการกับเจ้าคนป่าเถื่อนคนนั้น แต่พอเห็นหน้าคนที่ทำร้ายและกำลังประคับประคองเจ้าหญิง มันก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน และตะโกนเรียกชื่อที่มันติดปากมาตลอดออกไป
สุนัขเอเดน !!
ถ้าไม่ติดว่าเป็นห่วงร่างของเด็กสาวในอ้อมแขน บาโรคงจะเอาดาบฟาดปากมันไปแล้ว สำหรับวาจาสามหาวที่บังอาจเรียกเขาเป็น สุนัข จึงได้แต่กัดฟันกรอด จ้องมันตาแทบถลน
เดี๋ยวข้าจัดการมันเอง บาโร เจ้าดูแลแม่หนูนี่เถอะ
กษัตริย์ริชาร์ดบอกอย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งก้าวยาว ๆ อย่างอุ้ยอ้าย เพียงก้าวเดียวก็ถึงตัวเจ้าโคมุสตัวน้อย ริชาร์ดคีบมันขึ้นมาด้วยสองนิ้วและร่ายเวทปิดปากให้มันเป็นใบ้ก่อนที่มันจะตั้งตัวได้ทัน เจ้าโกโดมจึงได้แต่ดิ้นพราด ๆ ไปมาในอากาศ ส่งเสียงอื้ออึงที่ฟังไม่ได้ศัพท์แม้แต่คำเดียว
ตั้งแต่ที่ริชาร์ดได้เห็นใบหน้าของเด็กสาวเคราะห์ร้ายคนนี้ ความคิดบางอย่างแล่นปราดเข้ามาในสมองอันชาญฉลาดของเขาทันที
แม่หนูคนนี้ คงจะเป็นเฟลิโอน่า ลูกสาวของอลิเซียกับเอวิเดสสินะ โตเป็นสาวขนาดนี้และน่ารักเสียด้วย ชักจะสนุกซะแล้วสิ
บาโรก้มมองบาดแผลของเด็กสาวในอ้อมแขน ค่อยอุ้มร่างเล็ก ๆ นั้นขึ้นมาและพาไปนั่งพิงใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาก้มลงมองลูกธนูที่ปักทะลุขาของเธอ หากยามอยู่ในสนามรบ ลูกน้องใต้บังคับบัญชาของเขาได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ เขาคงไม่ลังเลที่จะดึงลูกศรนั้นออกมา เพราะนักรบคาโนวาลทุกคน ได้รับการฝึกฝนให้อดทนต่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว หากแต่ว่า คนเจ็บตรงหน้า เป็นเพียงเด็กสาว คงทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเลือดอาจจะไหลทะลักออกมาไม่หยุด เขาจึงไม่กล้าเสี่ยง แต่จะให้ปล่อยไว้แบบนี้ก็คงไม่ได้เช่นกัน
อดทนหน่อยนะ เขาเอ่ยเบา ๆ กับเด็กสาว ทันทีที่สิ้นสุดเสียงนั้น ปลายลูกศรที่ยาวเกะกะนั้นก็ถูกหักลงอย่างรวดเร็ว ร่างเล็ก ๆ นั้นสะดุ้งเฮือก แต่ไม่มีเสียงร้องเปล่งออกมา ได้แต่ขบเม้มริมฝีปากแน่น เลือดที่ปากแผลไหลออกมาอีก
ทันทีที่หางตาของบาโรมองเห็นเงามหึมาของสหายเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาใกล้ เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ออกจะสั่งกลาย ๆ
ริชาร์ด เอาผ้าเช็ดหน้าของเจ้ามา
อะไรกัน ของเจ้าไม่มีหรือไง
ข้าไม่พก
เฮ้ย นี่มันผ้าไหมปักด้วยดิ้นทองคำจากเวนอลเชียวนะ
เอามา อย่าพูดมาก เดี๋ยวข้าซื้อคืนให้
กษัตริย์ริชาร์ดทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอ ก่อนจะจำใจหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดส่งให้อย่างแสนเสียดาย เพราะเจ้าคนชอบสั่ง มันเอาไปพันแผลห้ามเลือดให้เด็กสาวนั่น และคำสั่งต่อมาก็ทำให้เขาแทบเต้น
ริชาร์ด รักษาบาดแผลด้วย
นี่ ๆ ฝ่าบาท กระหม่อมมิได้เป็นหมอหลวงประจำคาโนวาลนะ อยากรักษาก็พากลับไปสิ
ริชาร์ด บาโรเรียกชื่อสหายเสียงดังอย่างหงุดหงิด อย่างคนที่ชอบออกคำสั่งแต่ถูกขัดคำสั่ง
ไม่ล่ะ ข้ารับผิดชอบโดยการเสียสละผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดแล้ว ไหนยังจะจัดการกับเจ้ากวางเปี๊ยกนั่นอีก เจ้าล่ะทำอะไรบ้าง ดีแต่สั่ง สั่ง สั่ง ริชาร์ดบ่นกระปอดกระแปดอย่างเสียดายผ้าเช็ดหน้าไม่หาย เลยหันมากัดอีกฝ่ายบ้าง
เพราะเป็นสหายคบหากันมานาน บาโรจึงไม่ถือโกรธ ที่ถูกต่อว่า เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ เสียงกวนประสาทของริชาร์ดก็แว่วมาให้ได้ยิน
รีบพากลับไปเถอะน่า ดูสิ แม่หนูหน้าซีดปากซีดจนจะกลายเป็นศพแล้ว
บาโรถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะค่อย ๆ อุ้มร่างเล็ก ๆ นั้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม เสียงแหบแห้งที่ดังเบา ๆ พอให้ได้ยินในระยะใกล้ ทำให้เขาหยุดชะงัก
ดอกไม้ของข้า
บาโรเหลือบตามองตามที่มือเล็ก ๆ นั้นชี้ไป จึงได้เห็นดอกโรสแมรี่ตกกระจายเกลื่อนพื้นโดยรอบ เขาชะงักนิ่งไปนาน นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างจ้องมองดอกไม้นั้นไม่วางตา ก่อนจะที่วางร่างเล็กนั้นลงพื้น เก็บดอกไม้นั้นส่งคืนให้เธอ และอุ้มขึ้นอีกครั้งพากลับไปยังอาชาที่ยืนอยู่อย่างสงบไม่ไกลจากที่นี่
ในช่วงที่ริชาร์ดกับบาโรกำลังโต้เถียงกันนั้น เฟลิโอน่าเจ็บปวดบาดแผลอย่างที่สุด ความร้อนผ่าวแผ่กระจายจากบาดแผลขยายไปทั่วร่าง เหมือนเนื้อรอบบาดแผลนั้นเต้นตุ้บ ๆ พร้อมจังหวะการเต้นของหัวใจ เธอรู้สึกว่าเลือดอุ่น ๆ ยังไหลออกมาไม่ขาดสาย ทำให้เธออ่อนแรงเป็นอย่างมาก ดวงตาคู่งามที่ปิดสนิทพยายามอย่างยิ่งที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นมา เพื่อมองหน้าคนที่ทำร้ายเธอและกำลังประกองกอดเธออยู่ ถึงแม้จะเจ็บปวดมากจนแทบทนไม่ไหว แต่ความเจ็บใจที่ถูกทำร้าย มันก็คุกรุ่นเช่นกัน เลือดในกายมันสั่งให้เธอลุกขึ้นมาเล่นงานอีกฝ่ายบ้าง แต่เธอก็ลุกไม่ไหว ได้แต่โวยวายเป็นเด็ก ๆ อยู่ในใจ
ใครกัน บังอาจทำร้ายข้า ข้าจะฟ้องท่านพ่อ
นัยน์ตาสีน้ำตาลของเธอแลเห็นภาพของใครคนหนึ่งอย่างเลือนรางราวกับความฝัน ถ้าไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด
ใบหน้าของชายผู้หนึ่งผิวสีทองแดง ผมสีทอง ดวงตาสีฟ้าคู่คมที่นิ่งสงบออกจะหงุดหงิดเล็กน้อย และรอยแผลเป็นจาง ๆ บนใบหน้า
ทั้งสีหน้าและแววตาแบบนี้ เธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ เหมือนเคยเห็น เมื่อนานมาแล้ว ....
แล้วยังอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบประคองเธออยู่อีกเล่า มันช่างอบอุ่น เคยคุ้นในความทรงจำเหลือเกิน ...
ด้วยความห่วงดอกไม้ที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลจากเดมอส เธอจึงพยายามเปล่งเสียงออกไปอย่างอ่อนแรงเต็มที ตอนที่เห็นคนใจร้ายนี่ยืนนิ่งเป็นนาน เธอนึกว่าเขาจะไม่ยอมเก็บดอกไม้มาคืนเธอเสียแล้ว แต่เมื่อเห็นเขาหยิบยื่นดอกไม้ส่งมาให้ เธอก็ค่อยคลายใจหน่อย
อย่างน้อย ก็ยังไม่ใจดำเกินไปนัก
.....................................................................................
edit @ 2006/06/04 17:25:54

เอ...ฟิคนี้ตาบาโรจะรักกับแม่หนูน้อยเฟลิโอน่าเหรอ อายุคราวลูกเชียวน้า
#1 By yurikagarin (58.10.89.242) on 2006-03-06 11:09