ฟิคเรื่องนี้ คนเขียนโรคจิตอย่างเรา คิดพล็อตขึ้นมาได้ไงก็ไม่รู้ ที่แน่ ๆ เพราะความชอบ ท่านอาหก กับ ปุ๊กฮุ่ย จากเรื่อง ดาบมังกรหยก (เตียบ่อกี้) มาก ๆ ก็เลยจับบาโร กับ เฟลิโอน่า มาละเลงแทน โฮะๆๆๆๆๆๆ ^^ ทำใจก่อนเข้ามาก่อนก็แล้วกันนะ


......................................................

บทที่ 1 ดอกไม้ มิรู้โรยรา

อลิเซีย ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เคียงคู่กัน

ถึงแม้ว่า .... เจ้าจะจากไปแล้ว

แต่ ..... หัวใจของข้าจะเป็นของเจ้าจนนิรันดร์

........................

สิบเจ็ดปีแล้วสินะ ที่เราอยู่กันคนละภพ ไม่ใช่คนละแดนดินเหมือนก่อน

เจ้าจากไปไกล ยังที่ที่ข้าตามไปไม่ถึง .....

สิบเจ็ดปีที่หัวใจข้าด้านชาจากความเจ็บปวดที่สูญเสียเจ้า

เจ็บเสียยิ่งกว่าตอนที่เห็นเจ้าเดินจากไปยังเดมอส

และ ..... ข้าเองที่เป็นผู้หยิบยื่นความตายให้แก่เจ้า ข้าทำลายทุกอย่างลงด้วยมือของข้าเอง

สิบเจ็ดปีที่ข้าฝังตัวเองอยู่กับอดีตที่แสนอบอุ่น อ่อนหวาน ..... เวลาที่มีเพียงเราสอง

ข้าหยุดเวลาไว้เพียงนั้น หยุดความฝัน ความทรงจำดี ๆ ทั้งหมด

ไว้ที่เจ้าเพียงผู้เดียว ..... อลิเซีย

....................................................................

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเบา ๆ ทำให้กษัตริย์บาโร วาเนบลี รู้สึกองค์จากความทรงจำที่แสนหวานและแสนจะเจ็บปวดทุกครั้งยามคำนึง เสมือนน้ำผึ้งที่อาบยาพิษ รู้ทั้งรู้ว่ามีพิษ แต่ก็ไม่เคยเข็ดที่จะลิ้มลอง เขายังคงยินดีที่จะจดจำไว้มิรู้ลืม ยอมเจ็บปวด อาดูร ขอเพียงได้นึกถึง

ไง บาโร เจ้าลืมนัดล่าสัตว์กับข้าแล้วหรือ กษัตริย์ริชาร์ด โมนาโรค พระสหายสนิทถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาหลังจากเคาะไปเพียงสองครั้ง โดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง ด้วยความสนิทสนมกันมานา

โทษที ข้าคิดอะไรเพลินไปหน่อย บาโรลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตน ก้าวยาว ๆ มาทางริชาร์ด

เฮ้อ เจ้าน่ะนะ มัวแต่จมปลักอยู่กับอดีต ออกไปดูโลกภายนอกซะบ้าง หาเมียแต่งงงแต่งงานได้แล้ว ครองตัวเป็นโสดมาได้ยังไงตั้งสิบเจ็ดปี ปล่อยให้ตำแหน่งราชินีของคาโนวาลตะไคร่ขึ้น หยากไย่เกาะ

ริชาร์ดพูดกระแนะกระแหนสหายรักด้วยความอิจฉานิด ๆ ที่หมอนี่มันยังคงความหล่อเหมือนเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน วันเวลาเพียงแค่เปลี่ยนใบหน้าของหนุ่มน้อยรูปงาม ให้กลายเป็นชายชาตรีที่แข็งแกร่ง คมเข้ม แลดูน่าเกรงขามขึ้น บุคลิกทระนงองอาจเยี่ยงนักรบ หมอนี่ไม่เคยสนใจเจ้าหญิงองค์ไหน ครองตัวเป็นกษัตริย์เนื้อหอม เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ทั่วเอเดน ตั้งแต่ครองราชย์มันก็ทำแต่งาน บริหารประเทศจนเป็นมหาอำนาจ นี่ขนาดมันทำหน้าดุอย่างกับราชสีห์ กลับยิ่งถูกใจสาว ๆ เสียนี่

หนุ่มน้อยที่ใจร้อน มุทะลุ คนก่อนหายไปไหนไม่รู้ กลับมีชายหนุ่มที่สุขุม เยือกเย็น มาแทนที่

และความเยือกเย็นนั้น ก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาราวกับหิมะในฤดูหนา นับตั้งแต่ เธอผู้นั้น อำลาจากโลกนี้ไป

สวรรค์ลำเอียง ทำไมหมอนี่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

แต่เขา กลับอ้วนลงพุงหัวล้านอย่างนี้

เมื่อก่อนยังหล่อสูสีกันอยู่เลย คิดแล้วก็อยากใช้เวทอ่อนเยาว์จริง ๆ

ริชาร์ดได้แต่เข่นเขี้ยวในใจอย่างหมั่นไส้ปนริษยาเล็กน้อย

ช่างข้าเถอะ จะไปหรือเปล่า ล่าสัตว์น่ะ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ท่ามกลางป่าโปร่งทางทิศตะวันออกของคาโนวาล มีต้นไม้ใหญ่ยืนตระหง่านสูงเสียดฟ้ากันอย่างประปราย ไม่หนาแน่น เหนือยอดไม้ขึ้นไป คือท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าสด มีเมฆขาวลอยเอื่อย ๆ อย่างเกียจคร้าน แดดจัดยามบ่าย ส่องแสงแรงกล้าจนแสบตา แต่ถูกชดเชยด้วยลมเย็น ๆ ที่พัดมาบางเบา ป่าโปร่งแห่งนี้มีพฤกษาหายากนานาพันธุ์ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า จะพบพันธุ์ไม้งามเหล่านี้ ณ ดินแดนนักรบอย่างคาโนวาล

ฝ่าบาท ทรงมาไกลเกินไปแล้วพ่ะยะค่ะ กระหม่อมว่า เรากลับกันดีกว่า ท่านจ้าวจะทรงกริ้ว เสียงเล็ก ๆ แต่ดังกังวานเกินตัวดังขึ้นท่ามกลางเสียงธรรมชาติของป่าเขา

หุบปากเสียทีได้ไหม เจ้ากวาง เสียงใส ๆ อีกเสียงหนึ่งตอบกลับมาห้วน ๆ ทันทีอย่างหงุดหงิด เนื่องจากทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย และหิวจนแทบจะเป็นลม

สาวน้อยผมสีน้ำตาลยาวสลวยรวบสูงขึ้นเป็นหางลาไว้ด้านหลัง ดวงตาสีเดียวกันกับสีผมมีแววหงุดหงิด ท่าทางซุกซน แก่นแก้ว แต่งกายด้วยชุดกางเกงทะมัดทะแมง ใบหน้าเนียน ๆ นั้นขึ้นสีก่ำเพราะอากาศร้อนถึงแม้จะมีสายลมเย็น ๆ พัดโชยเอื่อย ๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย เหงื่อหยดเล็ก ๆ ซึมตามไรผมและบางส่วนก็ไหลลงแก้มนวลทั้งสองข้างตามแรงโน้มถ่วงของโลก สองเท้าของสาวน้อยก้าวเดิน สายตาก็สาดส่อง กวาดไปทั่วสุมทุมพุ่มไม้ของป่าแห่งนี้ กำลังมองหาสิ่งที่ต้องการ

สิ่งใดกันที่สำคัญถึงขนาดว่า เจ้าหญิงเฟลิโอน่า เกรเดเวล แห่งเดมอส ต้องดั้นด้นมาตามหา ไกลถึงป่าของคาโนวาล

เจ้าหญิงทรามวัยคนเก่ง กำลังเดินนำหน้า สิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งสิ่งที่ส่งเสียงดังลั่นป่าเมื่อครู่ก่อน สิ่งมีชีวิตที่เล็กมาก เล็กจนแทบต้องก้มลงไปมองให้ดี มิเช่นนั้นอาจจะเหยียบถูกมันเข้า มันมีชื่อว่า ..... โกโดม เป็นโคมุสตัวจิ๋วหลิวขนาดเท่าฝ่ามือ บนหัวมีเขาเหมือนเขากวางที่ดูงามสง่า ไม่เหมาะกับรูปร่างแคะแกร็นของมัน

ฝ่าบาท นี่ก็บ่ายมากแล้ว กลับกันก่อนเถิด พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็ได้ เจ้ากวางตัวน้อยกระจ้อยร่อย ออกวิ่งเพื่อให้ทันเจ้าหญิงแห่งเดมอส ตาโต ๆ วาว ๆ ของมันก็มองไปรอบกายอย่างระแวดระวังภัย

งั้นแกกลับไปก่อนเลยไป รำคาญ อ๊ะ เจอแล้ว

น้ำเสียงของเฟลิโอน่าแปรเปลี่ยนจากการบ่นก่นด่าเจ้ากวางในตอนแรก เป็นอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ เมื่อสายตาเหลือบแลเห็น สิ่งที่ต้องการ

มันคือ ดอกแมรี่โรสสีม่วงอ่อนช่องาม นั่นเอง

ท่านพ่อบอกว่า ท่านแม่ชอบดอกโรสแมรี่ที่สุด ข้าจะเก็บไปไว้หน้าสุสานท่าน

เฟลิโอน่าเอื้อมมือเด็ดดอกไม้งามมาหลายช่อไว้ในอ้อมแขน ปากก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุข เมื่อนึกถึงท่านแม่อลิเซียที่จากไปตั้งแต่เธอมีอายุได้เพียงเดือนเดียว เธอจำหน้าท่านแม่ไม่ได้ มีแต่ภาพวาดสีน้ำมันเท่านั้น ท่านพ่อบอกว่า เธอคล้ายท่านแม่มาก แต่เธอคิดว่าท่านแม่สวยกว่าเธอเยอะ

ที่เดมอสก็มีนี่นา ฝ่าบาท 

เจ้ากวางขี้บ่น เอ่ยถามอย่างฉงนใจ เพราะดอกโรสแมรี่เป็นดอกไม้ทรงโปรดขององค์ราชินีอลิเซีย พระองค์ทรงนำกระถางใบน้อยที่มีดอกโรสแมรี่สีม่วงอ่อนเบ่งบานเต็มกระถาง ติดตัวมาด้วยตอนที่เดินทางมายังเดมอส ดังนั้นท่านจ้าวปีศาจเอวิเดส ทรงสั่งให้ปลูกดอกไม้ชนิดนี้ทั่ว สวนสมเด็จพระราชินี

สวนดอกไม้งามที่เป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่ท่านจ้าวมีต่อสาวน้อยเอเดนผู้ครอบครองดวงหทัยของพระองค์

เหมือนกันที่ไหนเล่า พวกนั้นมันกลายพันธุ์ไปหมดแล้ว โรสแมรี่พันธุ์แท้ดั้งเดิมต้องเก็บที่คาโนวาล ท่านพ่อว่าอย่างนั้น

เฟลิโอน่าหันมาพูดกับเจ้ากวางก่อนจะหันไปเก็บดอกไม้ต่อไปจนเต็มอ้อมแขน เมื่อได้ปริมาณมากพอแล้ว เธอก็ร่าย เวทไม่รู้โรย ใส่เหล่าดอกไม้เพื่อให้มันคงความสดสวยแบบนี้จนกว่าเธอจะเดินทางกลับถึงเดมอส

เจ้ากวางโคมุส กระโดดขึ้นไปยืนบนหินก้อนใหญ่ผิวเกลี้ยงเกลา บริเวณใกล้ ๆ กันนั้น ระหว่างรอให้เจ้าหญิงของมัน นั่งบนพื้นจัดการห่อดอกไม้และเก็บใส่ย่ามใบโต จะเข้าไปช่วยก็ถูกไล่ออกมา มันเลยได้แต่ยืนโดดเด่นบนหินก้อนนั้น และเขากวางแสนสวยของมันโผล่พ้นเหนือพุ่มไม้ขึ้นมาแต่เพียงนั้น ส่วนลำตัวถูกบดบังด้วยไม้พุ่มนั้นนั่นเอง ใครมาเห็นก็คงนึกว่าเป็นลูกกวางตัวน้อย

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

อาชาไนยสองตัว วิ่งกุบกับมาในบริเวณป่าทางด้านทิศตะวันออกของคาโนวาล บนหลังของอาชาทั้งสองมีร่างของสองกษัตริย์ สองดินแดน หนึ่งคาโนวาล อีกหนึ่งคือแอเรียส ในมือของทั้งสองมีเกาทัณฑ์คนละคัน

แล้วสายตาของกษัตริย์บาโรก็แลเห็นกวางผู้ ตัวใหญ่สง่างามตัวหนึ่ง ยืนและเล็มหญ้าอย่างเอร็ดอร่อย เขาควบอาชาเข้าไปใกล้ ๆ อย่างเบาเสียงที่สุด ทว่า .... เจ้ากวางตัวงามกลับรู้ตัว มันกระโดนแผลวหนีไปก่อนที่เขาจะขึ้นสายธนู บาโรและริชาร์ดจึงรีบตะบึงม้าของตน ไล่ติดตามกวางนั้นไป ระยะที่เคยห่างก็ใกล้เข้ามา บาโรไม่รอช้า ง้างคันศรขึ้นอีกครั้งจนสุดสายและปล่อยมือ หมายพิชิตเจ้ากวางป่า

และดูเหมือนเจ้ากวางป่าตัวนั้นดวงยังไม่ถึงฆาต มันจึงกระโดดหนีไปทันก่อนที่ลูกธนูนั้นจะพุ่งมาถึง

แต่ว่า ....

ลูกธนูดอกนั้นก็ไม่สูญเปล่า เพราะมันพุ่งไปหาร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ลุกขึ้นยืนขึ้นมาพอดี ตรงตำแหน่งที่เจ้ากวางป่าตัวนั้นเคยยืนอยู่ ในอ้อมแขนของเธอเต็มไปด้วยดอกโรสแมรี่

เขากวางอันเล็ก ๆ สวยงามโผล่เหนือพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาขึ้นสายธนูและเล็งไปตรงเป้าหมายทันที ก่อนที่เขาจะปล่อยศรออกไปเพียงเสี้ยวนาที เบื้องหลังตรงจุดที่บาโรคิดว่ามีกวางป่านั้น กลับมีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งยืนพรวดขึ้นมา เขารีบเบี่ยงคันศรทันที แต่สายเกินไป ศรถูกแรงดีดออกจากคันแล้ว เขาจึงทำได้เพียงเบี่ยงเกาทัณฑ์ไปด้านข้างแทน แต่ศรที่พุ่งทะยานออกไปนั้นรวดเร็วเกินไป มันเบี่ยงทิศไปนิดเดียวจริง ๆ แต่ก็ไม่พ้นร่างของเด็กสาวคนนั้น

ฉึก !!!

ลูกศรดอกงามปักตรงบริเวณเหนือหัวเข่าของเด็กสาวคนนั้น และทะลุไปอีกด้าน ปักคาอยู่อย่างนั้น เลือดสีแดงเข้มข้นทะลักออกมาตรงบาดแผล บาโรเห็นเธอยกมือกุมตรงบาดแผลรอบศร และทรุดตัวม้วนกายลงกับพื้นหญ้า ท่ามกลางความตกใจและตกตะลึงของกษัตริย์ทั้งสอง เด็กสาวก้มหน้าด้วยความเจ็บปวด ทำให้บาโรไม่อาจเห็นดวงหน้านั้นได้ และเขาก็ไม่เคยคาดคิดว่า โชคชะตาจะเล่นตลกกับเขา ..... อีกครั้ง

บาโรรีบควบม้าทะยานตรงไปยังร่างที่นอนคุดคู้อยู่ทันที เขาตกใจมากจนไม่ได้ยินเสียงแหลมเล็กที่ร้องดังลั่นราวกับฟ้าถล่ม แต่เขาก็สังเกตเห็นตัวอะไรสักอย่างเล็ก ๆ ที่กำลังวิ่งตรงไปยังร่างคนเจ็บ เท้าสั้น ๆ ของมันไม่อาจเร็วไปกว่าขายาว ๆ ของเขา เขาจึงไปถึงตัวของเด็กสาวคนนั้นก่อนมัน

เมื่อกระโดดลงจากม้า บาโรก็รีบประคองร่างของเด็กสาวขึ้นมา และพอได้เห็นดวงหน้าขาวซีดที่เหยเกด้วยความเจ็บปวดของเธอ ความตกใจของเขาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก เพราะใบหน้าของเด็กสาวคนนี้ ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับคน ๆ หนึ่งเหลือเกิน .....

คนที่เขาไม่เคยลืม และจะไม่ลืมจนชั่วชีวิต

อลิเซีย ....

เจ้าตัวเล็ก ๆ ที่เขาเห็นไว ๆ เมื่อครู่กำลังวิ่งมาแต่เสียงเล็ก ๆ ของมันดังมาก่อนตัว

แก !!! ไอ้คนถ่อย ปล่อยเจ้าหญิงเฟลิโอน่า เดี๋ยวนี้นะ

บาโรเงยหน้ามองไปทางเสียงนั้น เมื่อเห็นว่ามันเป็นตัวอะไร ก็จำได้ในทันที เขาเรียกชื่อมันเสียงดัง พอ ๆ กับที่มันตะโกนเรียกเขา

โกโดม !!

เจ้าโกโดมผู้ซื่อสัตย์วิ่งห้อมาเต็มที่ เท่าที่ขาสั้น ๆ ของมันจะทำได้ มันไม่เห็นหน้าคนที่ทำร้ายเจ้าหญิง มันรู้แต่ว่า ต้องไปช่วยเจ้าหญิงของมันก่อน แล้วค่อยจัดการกับเจ้าคนป่าเถื่อนคนนั้น แต่พอเห็นหน้าคนที่ทำร้ายและกำลังประคับประคองเจ้าหญิง มันก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน และตะโกนเรียกชื่อที่มันติดปากมาตลอดออกไป

สุนัขเอเดน !!

ถ้าไม่ติดว่าเป็นห่วงร่างของเด็กสาวในอ้อมแขน บาโรคงจะเอาดาบฟาดปากมันไปแล้ว สำหรับวาจาสามหาวที่บังอาจเรียกเขาเป็น สุนัข จึงได้แต่กัดฟันกรอด จ้องมันตาแทบถลน

เดี๋ยวข้าจัดการมันเอง บาโร เจ้าดูแลแม่หนูนี่เถอะ

กษัตริย์ริชาร์ดบอกอย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งก้าวยาว ๆ อย่างอุ้ยอ้าย เพียงก้าวเดียวก็ถึงตัวเจ้าโคมุสตัวน้อย ริชาร์ดคีบมันขึ้นมาด้วยสองนิ้วและร่ายเวทปิดปากให้มันเป็นใบ้ก่อนที่มันจะตั้งตัวได้ทัน เจ้าโกโดมจึงได้แต่ดิ้นพราด ๆ ไปมาในอากาศ ส่งเสียงอื้ออึงที่ฟังไม่ได้ศัพท์แม้แต่คำเดียว

ตั้งแต่ที่ริชาร์ดได้เห็นใบหน้าของเด็กสาวเคราะห์ร้ายคนนี้ ความคิดบางอย่างแล่นปราดเข้ามาในสมองอันชาญฉลาดของเขาทันที

แม่หนูคนนี้ คงจะเป็นเฟลิโอน่า ลูกสาวของอลิเซียกับเอวิเดสสินะ โตเป็นสาวขนาดนี้และน่ารักเสียด้วย ชักจะสนุกซะแล้วสิ

บาโรก้มมองบาดแผลของเด็กสาวในอ้อมแขน ค่อยอุ้มร่างเล็ก ๆ นั้นขึ้นมาและพาไปนั่งพิงใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาก้มลงมองลูกธนูที่ปักทะลุขาของเธอ หากยามอยู่ในสนามรบ ลูกน้องใต้บังคับบัญชาของเขาได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ เขาคงไม่ลังเลที่จะดึงลูกศรนั้นออกมา เพราะนักรบคาโนวาลทุกคน ได้รับการฝึกฝนให้อดทนต่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว หากแต่ว่า คนเจ็บตรงหน้า เป็นเพียงเด็กสาว คงทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเลือดอาจจะไหลทะลักออกมาไม่หยุด เขาจึงไม่กล้าเสี่ยง แต่จะให้ปล่อยไว้แบบนี้ก็คงไม่ได้เช่นกัน

อดทนหน่อยนะ เขาเอ่ยเบา ๆ กับเด็กสาว ทันทีที่สิ้นสุดเสียงนั้น ปลายลูกศรที่ยาวเกะกะนั้นก็ถูกหักลงอย่างรวดเร็ว ร่างเล็ก ๆ นั้นสะดุ้งเฮือก แต่ไม่มีเสียงร้องเปล่งออกมา ได้แต่ขบเม้มริมฝีปากแน่น เลือดที่ปากแผลไหลออกมาอีก

ทันทีที่หางตาของบาโรมองเห็นเงามหึมาของสหายเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาใกล้ เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ออกจะสั่งกลาย ๆ

ริชาร์ด เอาผ้าเช็ดหน้าของเจ้ามา

อะไรกัน ของเจ้าไม่มีหรือไง

ข้าไม่พก

เฮ้ย นี่มันผ้าไหมปักด้วยดิ้นทองคำจากเวนอลเชียวนะ

เอามา อย่าพูดมาก เดี๋ยวข้าซื้อคืนให้

กษัตริย์ริชาร์ดทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอ ก่อนจะจำใจหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดส่งให้อย่างแสนเสียดาย เพราะเจ้าคนชอบสั่ง มันเอาไปพันแผลห้ามเลือดให้เด็กสาวนั่น และคำสั่งต่อมาก็ทำให้เขาแทบเต้น

ริชาร์ด รักษาบาดแผลด้วย

นี่ ๆ ฝ่าบาท กระหม่อมมิได้เป็นหมอหลวงประจำคาโนวาลนะ อยากรักษาก็พากลับไปสิ

ริชาร์ด บาโรเรียกชื่อสหายเสียงดังอย่างหงุดหงิด อย่างคนที่ชอบออกคำสั่งแต่ถูกขัดคำสั่ง

ไม่ล่ะ ข้ารับผิดชอบโดยการเสียสละผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดแล้ว ไหนยังจะจัดการกับเจ้ากวางเปี๊ยกนั่นอีก เจ้าล่ะทำอะไรบ้าง ดีแต่สั่ง สั่ง สั่ง ริชาร์ดบ่นกระปอดกระแปดอย่างเสียดายผ้าเช็ดหน้าไม่หาย เลยหันมากัดอีกฝ่ายบ้าง

เพราะเป็นสหายคบหากันมานาน บาโรจึงไม่ถือโกรธ ที่ถูกต่อว่า เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ เสียงกวนประสาทของริชาร์ดก็แว่วมาให้ได้ยิน

รีบพากลับไปเถอะน่า ดูสิ แม่หนูหน้าซีดปากซีดจนจะกลายเป็นศพแล้ว

บาโรถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะค่อย ๆ อุ้มร่างเล็ก ๆ นั้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม เสียงแหบแห้งที่ดังเบา ๆ พอให้ได้ยินในระยะใกล้ ทำให้เขาหยุดชะงัก

ดอกไม้ของข้า

บาโรเหลือบตามองตามที่มือเล็ก ๆ นั้นชี้ไป จึงได้เห็นดอกโรสแมรี่ตกกระจายเกลื่อนพื้นโดยรอบ เขาชะงักนิ่งไปนาน นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างจ้องมองดอกไม้นั้นไม่วางตา ก่อนจะที่วางร่างเล็กนั้นลงพื้น เก็บดอกไม้นั้นส่งคืนให้เธอ และอุ้มขึ้นอีกครั้งพากลับไปยังอาชาที่ยืนอยู่อย่างสงบไม่ไกลจากที่นี่

ในช่วงที่ริชาร์ดกับบาโรกำลังโต้เถียงกันนั้น เฟลิโอน่าเจ็บปวดบาดแผลอย่างที่สุด ความร้อนผ่าวแผ่กระจายจากบาดแผลขยายไปทั่วร่าง เหมือนเนื้อรอบบาดแผลนั้นเต้นตุ้บ ๆ พร้อมจังหวะการเต้นของหัวใจ เธอรู้สึกว่าเลือดอุ่น ๆ ยังไหลออกมาไม่ขาดสาย ทำให้เธออ่อนแรงเป็นอย่างมาก ดวงตาคู่งามที่ปิดสนิทพยายามอย่างยิ่งที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นมา เพื่อมองหน้าคนที่ทำร้ายเธอและกำลังประกองกอดเธออยู่ ถึงแม้จะเจ็บปวดมากจนแทบทนไม่ไหว แต่ความเจ็บใจที่ถูกทำร้าย มันก็คุกรุ่นเช่นกัน เลือดในกายมันสั่งให้เธอลุกขึ้นมาเล่นงานอีกฝ่ายบ้าง แต่เธอก็ลุกไม่ไหว ได้แต่โวยวายเป็นเด็ก ๆ อยู่ในใจ

ใครกัน บังอาจทำร้ายข้า ข้าจะฟ้องท่านพ่อ

นัยน์ตาสีน้ำตาลของเธอแลเห็นภาพของใครคนหนึ่งอย่างเลือนรางราวกับความฝัน ถ้าไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด

ใบหน้าของชายผู้หนึ่งผิวสีทองแดง ผมสีทอง ดวงตาสีฟ้าคู่คมที่นิ่งสงบออกจะหงุดหงิดเล็กน้อย และรอยแผลเป็นจาง ๆ บนใบหน้า

ทั้งสีหน้าและแววตาแบบนี้ เธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ เหมือนเคยเห็น เมื่อนานมาแล้ว ....

แล้วยังอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบประคองเธออยู่อีกเล่า มันช่างอบอุ่น เคยคุ้นในความทรงจำเหลือเกิน ...

ด้วยความห่วงดอกไม้ที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลจากเดมอส เธอจึงพยายามเปล่งเสียงออกไปอย่างอ่อนแรงเต็มที ตอนที่เห็นคนใจร้ายนี่ยืนนิ่งเป็นนาน เธอนึกว่าเขาจะไม่ยอมเก็บดอกไม้มาคืนเธอเสียแล้ว แต่เมื่อเห็นเขาหยิบยื่นดอกไม้ส่งมาให้ เธอก็ค่อยคลายใจหน่อย

อย่างน้อย ก็ยังไม่ใจดำเกินไปนัก

.....................................................................................


edit @ 2006/06/04 17:25:54

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สนุกมากๆเลยค่า มาต่อไวๆๆนะคะ

เอ...ฟิคนี้ตาบาโรจะรักกับแม่หนูน้อยเฟลิโอน่าเหรอ อายุคราวลูกเชียวน้า

#1 By yurikagarin (58.10.89.242) on 2006-03-06 11:09

>O< หนุกอ่ะ พี่อาชูร่า เหอๆๆๆ แต่บาโร........ไหงจาเล่นครวลูกเลยเรอะ =_=

พี่อาชูร่ามาแต่งต่อไวๆน้า แล้วป๋มจารออ่าน อ้พ...ๆๆๆๆๆๆ

อ๋อ.....คืออยากได้ที่อยู่ใหม่ด้วยอ่ะ น้าๆๆๆ ทฟรส MY_Adiition@hotmail.com

#2 By frezzia (61.90.72.60) on 2006-03-09 23:01

คือ.....ป๋มลาเว็บเด็กดีไปพักใหญ่อ่ะ เลยไม่ค่อยรุเรื่อง เห็นเพื่อนบอกว่าพี่อาชูร่าจาย้ายไปแต่งที่ใหม่พร้อมพี่คิริอา......


ถ้าย้ายจิงๆป๋มขอด้วยน้า....

#3 By frezzia (61.90.72.60) on 2006-03-09 23:05

ขอบคุณที่ติดตามมาอ่านกันนะคะ

#4 By arshura on 2006-03-14 14:53

ตามมาแล้วค่ะ
แบบว่า ชอบสามสิงห์แห่งเอเดนอยู่แล้ว
แหมๆๆ ริชาร์ดงอนน่ารักดีอะ

#5 By AlexJ (Aj) (58.11.42.210) on 2006-03-17 13:08

เจอกันซะที....
แต่ว่าเฟริน คงจะไม่ใช่เห็นหน้าบาโรตอนงานเลี้ยงครบเดือนแล้วจำได้หรอกน้า.....

ตั้ง 17 ปี นานโคตร เหอะๆๆ

#6 By ze.c. (58.136.205.107) on 2006-03-20 10:38

น่ารักดีคะ แล้วมาอัพต่อไวๆนะคะ

#7 By tomako (202.28.179.1 /10.7.55.132) on 2006-04-23 23:15