บทที่ 2 ซากศพของดอกไม้

ร่างเล็ก ๆ ของเฟลิโอน่านอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงในห้องพักของวังคาโนวาล บาดแผลได้รับการเยียวยารักษาเรียบร้อยแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ฟื้น อาจจะเป็นเพราะว่าเสียเลือดไปมาก เนื่องจากตอนที่บาโรพาร่างของเธอกลับมานั้น เขาไม่ได้ควบอาชาด้วยความเร็วอย่างที่เคย ด้วยเกรงจะกระเทือนถึงบาดแผลที่ถึงแม้ความยาวของลูกศรนั้นจะถูกหักลงไปแล้ว แต่มันก็ยังคงปักคาอยู่ตรงนั้น และถ้าได้รับความกระเทือนอีกบาดแผลก็อาจจะเปิดกว้างขึ้นได้

ภายในห้องเหลือเพียงคนเจ็บที่นอนหลับไม่ได้สติ และบาโร เท่านั้น ส่วนริชาร์ดได้กลับไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก เมื่อเห็นว่าเฟลิโอน่าปลอดภัยแล้ว ด้วยรอยยิ้มประหลาดที่บาโรไม่ทันสังเกตเห็น

บาโรยืนกอดอกพิงหน้าต่างที่อยู่ห่างออกไปทางปลายเตียง นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจับจ้องที่ใบหน้าของเด็กสาวเพียงครู่อย่างไร้ความรู้สึกใด ๆ แล้วจึงแปรเปลี่ยนไปมองที่ดอกโรสแมรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างหัวเตียง เขาจ้องดอกไม้นั้นอยู่เป็นนา รอยไหววูบปรากฏขึ้นบนดวงตา และมิใช่เพียงดวงตาเท่านั้นที่หวั่นไหว หัวใจของเขาก็ไหวสะท้านไปกับดอกไม้ที่เห็นนั้น .... ดอกโรสแมรี่

ดอกไม้ ... ที่มีความหมายสำหรับเขาและ ..... เธอคนนั้น ..... อลิเซีย

ภาพแห่งความหลัง ภาพแห่งความทรงจำที่ไม่เคยถูกลบเลือนแม้เพียงเสี้ยวนาที แต่กลับยังคงฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ ทุก ๆ เรื่องราวที่เกี่ยวกับอลิเซีย ถูกเก็บรักษาดูแลไว้อย่างดี โดยหัวใจของเขาเอง

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ กี่วัน กี่คืน กี่เดือน และกี่ปี ดอกโรสแมรี่นั้นไม่เคยแห้งเหี่ยว หรือ เฉาตาย แม้ว่าเธอจะไม่ได้อยู่ในโลกนี้อีกแล้ว ดอกไม้ยังคงเหมือนเดิม เหมือนกับวันที่เขามอบมันแด่เธอ

เรื่องราวที่ถึงแม้จะผ่านมานานแสนนาน แต่มันกลับติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา .... มิรู้เลือน รอยยิ้มจาง ๆ อย่างมีความสุขปรากฏตรงมุมปากของเขาโดยไม่รู้ตัว ยามที่ดวงตาเขาจับจ้องที่ดอกโรสแมรี่นั้น แล้วเขาก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของวันวารดังเข้ามา ในความรู้สึก อีกครั้ง ..................

...............................................

บาโร!! รู้จักให้ช่อดอกไม้กับผู้หญิงบ้างไหม อลิเซียตวาดแหวด้วยความโกรธปนน้อยใจ เธอมีคนรักกับเขาคนหนึ่ง แต่ ... เหมือนใครซะที่ไหนล่ะ ตาบื้อนี่ ตั้งแต่คบกันมา ดอกไม้สักช่อยังไม่เคยให้ กลัวคาโนวาลล่มจมหรือไงนะ

ช่อดอกไม้ ? จะเอาไปทำอะไร ดอกไม้ที่ไร้ชีวิต ก็ไม่ต่างอะไรกับซากศพ รอวันเน่าสลาย

ท่าน !! อลิเซียร้องเสียงหลง ด้วยความโกรธสุด ๆ โกรธจริง ๆ จนลมออกหู กับคำตอบแบบหน้าตายของคนรัก เธอหวังมากเกินไปใช่ไหม หวังว่านายคนนี้จะมีคำตอบที่มันเข้าท่า คำแก้ตัว หรืออะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่ ........แบบนี้

..... ซากศพของดอกไม้

ตอบมาได้ ... มันน่านัก ไม่รู้ว่าตานี่รู้จักคำว่า โรแมนติค กับเขาบ้างไหม

นี่เธอมารักคนแบบนี้ได้ยังไงกัน

ธิดาแห่งองค์ไฮคิงที่หน้างอเป็นจวักด้วยความโกรธ ผลักอกคนตัวสูงตรงหน้าอย่างแรง แต่ก็ทำให้เขาเซถอยหลังไปได้เพียงก้าวเดียวเท่านั้น และหันหลังวิ่งหนีจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจเสียงตะโกนเรียกของเจ้าชายนักรบแห่งคาโนวาล ที่ถูกทิ้งให้ยืนอย่างเดียวดายด้วยความหงุดหงิดและไม่เข้าใจ

นี่เขาทำอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ

แต่ .... เช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็ไปยืนดักรอพบเธอที่ปราสาทขุนนา เขาเห็นเธอเดินคุยมากับเฮลด้า ..... หัวหน้าปราสาทขุนนา

เธอยังโกรธเขาอยู่จนไม่สนใจแม้แต่จะแลตามอง เฮลด้าหยุดทักทายเขาและพยักพเยิดมาทางอลิเซียที่อยู่ข้างกาย ถามคำถามด้วยสายตาว่า ทะเลาะกันมาอีกแล้วหรือ เขามองหน้าเฮลด้าครู่เดียวก่อนจะหันไปมองคนขี้งอนที่ยืนเงียบ แต่แกล้งหันหน้ามองทิวทัศน์รอบกาย เขาหันกลับไปมองเฮลด้าอีกครั้ง ก่อนจะลากข้อมือของอลิเซียให้เดินตามมา โดยไม่ฟังเสียงร้องโวยวาย หรือใบหน้ายิ้มแย้มอย่างรู้ทันของหัวหน้าปราสาทขุนนา ที่ไม่คัดค้านที่เด็กในปกครองของตนถูกหัวหน้าป้อมอัศวินลากตัวไปต่อหน้าต่อตา

เขาลากอลิเซียจนมาถึง ลานตะวัน ที่ยามเช้าเช่นนี้ ไร้ร้างผู้คน เพราะเพิ่งจะได้เวลาเข้าเรียนไปไม่นาน มีแต่พวกปีเจ็ดอย่างเขาที่ค่อนข้างว่าง

อลิเซียหน้าหงิกหน้างอไม่เลิก สะบัดหน้าพรืดไปอีกทางที่ไม่มีเขา เขาไม่ปล่อยมือเธอ แต่มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมไปหยิบกระถางดอกไม้เล็ก ๆ ที่วางแอบอยู่ใต้ต้นไม้ ยื่นส่งให้เธอ ภายในกระถางมีดอกโรสแมรี่สีม่วงอ่อน ดอกเล็ก ๆ มากมาย

ให้ทำไม ไหนว่าซากศพของดอกไม้ไง เสียงใสเอ่ยประชดอย่างไม่หายโกรธเรื่องเมื่อวาน

ดอกไม้นี่ยังมีชีวิต

แล้วไง

เพราะว่ามันมีราก มันมีโอกาสเติบโต งอกงาม และ ..... จะคงอยู่กับเจ้าตลอดไป

................

ดูแลมันให้ดีนะ อลิเซีย

อลิเซียก้มหน้างุด กอดกระถางใบน้อย