[แฟนฟิคบารามอส] กำเนิดพ่อมดปีศาจแห่งคาโนวาล Chapter 11
posted on 14 Feb 2006 12:07 by arshura in FanFicBaramos-Episode
Chapter 11 ความแค้นไม่มีวันจาง
เมื่อริชาร์ดกลับมารวมกลุ่มกับคณะอีกครั้ง เจ้าหญิงแห่งทริสทอร์ ก็เสนอให้ทุก ๆ คนไปพักกันที่วังก่อน ตอนแรกเจ้าชายบาโรไม่ยอมพัก จะกลับแอเรียสให้ได้ แต่เจ้าชายแห่งแอเรียสก็ยียวนไม่ยอมกลับประเทศตน บอกเหนื่อยอยากพักผ่อน ขี้เกียจเดินทาง และสุดท้ายบาโรก็หลงกลคำพูดของเจ้าพ่อมดแห่งแอเรียส
แค่ทริสทอร์ยังกลัว แล้วจะไปสู้กับเดมอสได้ยังไง
เพียงแค่นี้ก็ทำให้เจ้าชายบาโรยอมพักที่ทริสทอร์
ส่วนนักฆ่าแห่งซาเรส กำลังจะหนีหายไปตอนที่ริชาร์ดวิ่งตามราชินีจันทราไป แต่ว่าถูกนักฆ่าสาวดึงผมยาว ๆ ไว้ซะก่อน พร้อมกระซิบข่มขู่ ในมือก็อุ้มอาเธน่าน้อยที่กำลังหลับพริ้มอย่างมีความสุข
เจ้าจะใจดำปล่อยให้ข้าอยู่กับพวกผู้ชายสามคนนี้ที่ทริสทอร์ตามลำพังหรือไง เห็นแก่อาชีพนักฆ่าด้วยกัน อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนสิ
ตอนแรกเขาก็ไม่อยากจะสนใจ แต่พอเห็นแววตาวิงวอนขอร้องของไนอาแล้ว ไหนจะมือที่กำแน่นที่ปอยผมสีทองยาวสลวยของเขาอีก จึงจำใจกัดฟันตกปากรับคำไปอย่างเสียไม่ได้
ก็ได้
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
พี่ชายเขาอุ้มเด็กไม่เป็น มาอยู่กับพี่สาวแทนก็แล้วกันนะ แต่พี่สาวก็อุ้มเด็กไม่เป็นเหมือนกัน ทน ๆ เอาหน่อยนะ อาเธน่า
จาก เพื่อนที่คุยกันได้อย่างสนิทใจ ต้องเปลี่ยนสถานะเป็น พี่สาว ไปโดยปริยาย แต่จะให้เรียกตัวเองว่า แม่ ก็กระดากปาก จึงเรียกว่า พี่สาว แทน
ไนอาหอมแก้มนิ่ม ๆ ของอาเธน่าน้อยอย่างหมั่นเขี้ยวด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเด็ก เด็กน้อยที่ตื่นขึ้นมาดื่มนมที่ทางทริสทอร์จัดหาให้และอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว กำลังหัวเราะอย่างร่าเริง อย่างไม่รับรู้ความเป็นไปใด ๆ ในอดีตที่ผ่านมาอีกแล้ว
เด็กที่บริสุทธิ์เหมือนผ้าขาว รอคอยเพียงวันเวลาที่จะแต่งแต้มสีสันให้กับผ้าขาวนี้
ด้วยสัญชาติญาณของเพศแม่ ทำให้ไนอาพอจะเลี้ยงเด็กได้บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ยังดีที่เจ้าหญิงเบรียทิซยังจัดหาแม่นมมาช่วยดูแลอาบน้ำให้เด็ก ไม่อย่างนั้น อาเธน่าคงคอหักตายไปนานแล้วด้วยมือของนักฆ่าสาว ที่ต้องกลายเป็น พี่เลี้ยงจำเป็น
นี่ อาเธน่า เจ้ารู้ไหม หน้าตาของเจ้าชายบาโรน่ะตลกแค่ไหน ตอนที่เจ้าร้องไห้โยเยน่ะ เห็นแล้วยังขำไม่หายเลย อยากให้เจ้าได้เห็นจริง ๆ ตอนนี้นักฆ่าสาวพูดกับเด็กน้อย ด้วยสรรพนามที่เหมือนเดิม เหมือนกำลังคุยกับเพื่อนเก่า และน้ำเสียงตอนท้ายแฝงความเศร้าเล็กน้อย
อีกตั้งสิบหกปี กว่าเจ้าจะเหมือนเดิม ดวงตาใสแจ๋วไร้เดียงสาของอาเธน่าน้อย จ้องมองไนอาอยู่อย่างเงียบ ๆ ราวกับเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด
เจ้ารู้ไหม เจ้าเป็นเพื่อนคนแรกของข้าเลยนะ อ้อ ลืมไป ลืมเจ้าเวสไปคนหนึ่ง แต่ดูสิ ตอนนี้เจ้ากลายเป็นเด็กไปซะแล้ว
อาเธน่าน้อยหัวเราะยิ้มร่า ให้กับเธอ ทำให้นักฆ่าสาวยิ้มตอบให้ แล้วก็ก้มลงหอมแก้มนุ่ม ๆ นั้นอีกที
แล้วเสียงหัวเราะที่ประสานกันของเพื่อนสาวต่างวัยก็ดังกังวานทั่วห้องพักอย่างมีความสุข
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ท้องฟ้ายามราตรีมืดสนิทไร้หมู่เมฆหมอก ถึงจะมืดแต่ก็เป็นความมืดที่ใสกระจ่าง ดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวของโลกส่องแสงสว่างกระจ่างฟ้าบดบังดวงดาวเล็ก ๆ จนหมดสิ้น สายลมพัดเอื่อย ๆ กำลังเย็นสบาย
ขาเรียวยาวของเจ้าหญิงเบรียทิซเจ้าบ้านเดินทอดน่องภายในสวนดอกไม้ภายในวังอย่างไม่ต้องเกรงกลัวต่ออันตรายใดใดแม้จะอยู่เพียงลำพัง ความคิดภายในใจของเธอตอนนี้ กำลังทบทวนเรื่องราวในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้จะช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็มีหลากหลายความรู้สึก ทั้งรัก ทั้งเกลียด ทั้งอยากเอาชนะ แต่สุดท้าย ........ เธอเองคือคนที่พ่ายแพ้
ครั้งแรกที่ได้พบกับเขา ......... เจ้าชายแห่งคาโนวาลคนนั้น คนที่อวดดี จองหอง ชอบขัดใจเธอ
แต่ว่า....... ทำไมหัวใจของเธอถึงได้สั่นไหวทุกครั้งที่ได้พบหน้าเขา
และทำไมต้องรู้สึกไม่ชอบใจที่เห็นเขาคอยแต่ดูแลปกป้องผู้หญิงคนนั้น
หญิงสามัญที่ไม่ได้มียศ มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าหญิงอย่างเธอ
ความรู้สึกแบบนี้ เขาเรียกว่า รัก หรือเปล่า
เจ้าหญิง ก็ต้องคู่กับ เจ้าชาย สิ
มันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นจะมีนิทานมากมายที่เจ้าชายคู่กับเจ้าหญิง เล่าขานสืบต่อกันมามากมายหรืออย่างไร
แต่เธอก็ลืมนึกไปว่า ถึงแม้ว่านิทานส่วนมากจะให้เจ้าชายได้ครองคู่กับเจ้าหญิง แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงมีนิทานบางเรื่องที่เจ้าชายไม่จำเป็นต้องคู่กับเจ้าหญิง
.....ซินเดอเรลล่า
และยังมีนิทานอีกเรื่องหนึ่ง ที่คู่ครองของเจ้าหญิงไม่ใช่เจ้าชาย
...... อาละดิน กับตะเกียงวิเศษ
เจ้าหญิงเดินผ่านสวนดอกไม้หลากหลายชนิด ดอกไม้งามหายากมากมายนานับชนิดเรียงรายอยู่สองข้างทาง เธอเดินชมดอกไม้ไปเรื่อย ๆ จิตใจก็เริ่มผ่อนคลายลง ความสบายใจเต็มตื้นขึ้นมาทีละนิด ดวงหน้าสะสวยงดงามเริ่มมีรอยยิ้มพิมประพาย เดินจนมาถึงท้ายสวน และได้พบเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ ณ ตรงนั้น
............ นายนักพเนจรที่ชอบใช้วาจายียวน
นายคนนั้นยืนกอดอกชมจันทร์ และเหมือนเขาคงจะได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอ เขาจึงหันมามองพร้อมกับรอยยิ้มที่เธอเห็นว่า
มันกวนอารมณ์เป็นที่สุด
กระหม่อมออกมาเดินเพ่นพ่านภายในสวนของฝ่าบาท กระหม่อมขอประทานอภัยด้วย
ก็รู้ว่าไม่ควร แล้วออกมาทำไม
"ออกมาชื่นชมความงานที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาเพื่อมนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างเราไง ฝ่าบาท
แล้ว......เพื่อนเจ้าล่ะ เจ้าหญิงแทบจะกัดลิ้นตัวเอง เมื่อคิดได้ว่าไม่ควรหลุดปากถามออกไป ให้เขารู้ความในใจของตน
ถ้าฝ่าบาทหมายถึงริชาร์ด เขากำลังนั่งทำซึ้งกับดวงจันทร์อยู่ที่ห้องน่ะ ส่วนบาโร....... เขาหยุดอยู่ที่ชื่อนี้อย่างจงใจแกล้งเจ้าหญิงตรงหน้า
หลับไปแล้ว
หลับ? เจ้าหญิงทวนคำพูดนั้นอย่างงง ๆ ก็ตอนแรกตาเจ้าชายนั่นทำท่าไม่อยากจะมา แต่พอมาถึงกลับหลับไปง่าย ๆ อย่างนี้
ใช่ กระหม่อม หลับ บาโรเป็นนักรบ เขาไม่ใช่คนที่จะมานั่งชื่นชมดวงจันทร์ หรือดวงดาวหรอก แล้วหมอนี่น่ะ ถ้าสบายใจแล้วล่ะก็จะหลับเป็นตายเชียวล่ะ แล้วยิ่งช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดเรื่องขึ้นตั้งมากมาย ตอนนี้ก็คงเฝ้าพระอินทร์ไปเรียบร้อยแล้ว
วิลเลี่ยมอธิบายถึงนิสัยของเพื่อนรักอย่างนึกขำในใจไปด้วย ใครเลยจะรู้ เจ้าชายบาโร แห่งคาโนวาล ดินแดนแห่งนักรบ จะนอนง่ายขนาดนี้ ถ้ายามมีปัญหาหรือเกิดสงครามบาโรสามารถอดหลับอดนอนได้สามคืนติดต่อกัน แต่ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หรือว่าเวลาที่สบายใจ ก็จะหลับเป็นตายราวกับจะชดเชยเวลาที่เสียไปเลยทีเดียว
พิลึกคนจริง ๆ เจ้าหญิงพูดอย่างนึกขำอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าตาเจ้าชายขี้เก๊กนั่นจะมีอีกมุมที่น่ารักกับเขาด้วย
ส่วนเวส .... ตอนนี้เขาก็คงเดินสำรวจทั่ววังของฝ่าบาทแล้วล่ะ นักฆ่าต้องศึกษาเส้นทางหนีทีไล่ให้รอบคอบเสมอ
โดยไม่รู้ตัว ทั้งสองคนนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ คุยกันไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาได้ผ่านไปนานเท่าไหร่ วิลได้เล่าเรื่องราวสนุกสนานมากมายเมื่อครั้งอยู่ที่โรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก ความผูกพันของพวกเขาสามคน หนึ่งเจ้าชาย หนึ่งพ่อมด และหนึ่งนักพเนจร ที่กลายมาเป็นเพื่อนรักกันได้ ด้วยนิสัยที่แตกต่างกันแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับคำว่า มิตรภาพ
เจ้าหญิงตั้งอกตั้งใจฟังเรื่องราวที่วิลเล่า ร่วมหัวเราะไปกับวีรกรรมที่พวกเขาได้สร้างเอาไว้ ซักถามเกี่ยวกับวิธีการเล่นหมากกระดานเกียรติยศ เธอตั้งใจว่าจะเอามาเล่นที่ทริสทอร์บ้าง แล้วเธอเองก็เผลอเล่าเรื่องราวของตนให้อีกฝ่ายฟัง ว่าตัวเอง ก็เหมือนนกน้อยในกรงทอง มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ ขอเพียงชี้นิ้วสั่งหรือเอ่ยปากเท่านั้น ไม่มีใครกล้าขัดใจเธอ ด้วยตำแหน่ง เจ้าหญิงรัชทายาท แต่จะมีใครสักคนไหม ที่รักและเข้าใจเธออย่างแท้จริง มิใช่เพียงแค่ตำแหน่งที่เธอมี
ถึงจะมีทุกอย่าง สิ่งที่ขาดมีเพียง อิสรภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธออยากได้มากที่สุด เธอมีความฝันว่าอยากจะท่องเที่ยวไปให้ทั่วเอเดน หรือบางทีอาจจะไปเดมอสและสโนว์แลนด์ด้วย
ข้าจะรอวันที่ รัชทายาทตัวจริงมารับตำแหน่งนี้ เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดวงตาสีเขียวนั้นเปล่งประกายแห่งความหวัง
หืม เขาครางในลำคอและเลิกคิ้วมองหน้าอีกฝ่ายอย่างแปลกใจแกมหวาดหวั่น
เจ้ารู้ไหม ที่จริงแล้ว ตำแหน่งรัชทายาทน่ะ ต้องเป็นผู้สืบสายเลือดของเจ้าหญิงรัชทายาทองค์ก่อน ที่อภิเษกไปเวนอล ด้วยข้อสัญญาตั้งแต่ครั้งที่นางไปยังเวนอลแล้วว่า ทายาทรุ่นที่สองของนางจะต้องยกให้ทริสทอร์ ข้าล่ะอยากให้ลูกของนางแต่งงานแล้วมีลูกเร็ว ๆ จัง จะได้มาเป็นอยู่ที่นี่แทนข้า แล้วข้าก็จะได้ไปท่องเที่ยวอย่างที่ใจข้าฝันไว้ เธอกระซิบกระซาบเล่าความลับแห่งราชวงศ์ให้เขาฟังด้วยท่าทางราวกับเด็ก จนเขาอดเอ็นดูไม่ได้
แต่เขาก็ไม่อาจบอกนางได้เช่นกันว่า ทายาทรุ่นแรกของเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งทริสทอร์องค์ก่อนน่ะ คือ ตัวเขาเอง
@@@@@@@@@@@@@@@@
อีกด้านหนึ่งของพระราชวังทริสทอร์ นักฆ่าหนุ่มผมทองนั่งพักกายอยู่ริมระเบียง หลังจากเดินสำรวจบริเวณโดยรอบแล้ว นัยน์ตาสีม่วงเข้มเหม่อมมองไปไกล ในห้วงคำนึง เขากำลังนึกถึงอดีต
แววตาอาฆาตของเด็กน้อยคนหนึ่งที่เขาได้สังหารครอบครัวของเด็กนั่นจนหมดสิ้น เหลือเพียงเด็กน้อยที่มีแต่ความเคียดแค้น
แค้นที่ถูกพรากจากคนที่รัก
แค้นที่ต้องเสียแขนไปข้างหนึ่ง
คำพูดสุดท้ายของเด็กคนนั้นยังคงฝังแน่นในความทรงจำของเขา รู้สึกเสียดแทงในใจทุกครั้งที่นึกถึง รู้สึกถึงแรงอาฆาตพยาบาทที่รุนแรง
............ แล้วแกจะต้องเสียใจที่ไม่ฆ่าข้า เพราะวันข้างหน้า ข้าจะไม่เพียงแต่จะฆ่าแก แต่จะฆ่าและทำลายทุกสิ่งที่แกรัก เหมือนอย่างที่แกทำกับครอบครัวข้า
โชคดีที่เขาไม่มีสิ่งใดที่รักที่ต้องห่วง ให้เขาต้องระวัง ต้องหวาดกลัวการสูญเสีย
เขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมนักฆ่าถึงไม่อยากมีเพื่อน ไม่อยากผูกพันกับใคร
เพราะว่า ........
ด้วยความกลัวนั่นเอง
กลัวว่าตนเองจะมีห่วง
กลัวการสูญเสียของรัก
อย่างที่ตนเคยพรากจากผู้อื่น
เวส ฟิลมัส นั่งจมอยู่กับอดีตมากจนเกินไป จนไม่อาจรู้ได้เลยว่า ณ ซอกมุมหนึ่งที่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่นั้น มีแววตาคู่หนึ่งจ้องมองอย่างอาฆาตมาดร้าย
ในที่สุดข้าก็พบเจ้าแล้ว เจ้าฆาตกร เหมือนกับปาฏิหาริย์จริง ๆ ไม่นึกฝันเลยว่า ข้าจะมีวันนี้ วันที่ได้แก้แค้นให้กับพ่อแม่
เจ้าของดวงตาคู่นั้นพึมพำเบา ๆ กับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่สุขสมหวัง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นตรงมุมปาก
แล้วร่างผอมเกร็งนั้นก็ค่อย ๆ เคลื่อนกายหายไป ลำแสงสว่างจากดวงจันทร์พาดผ่านร่างนั้น แลเห็นว่า เป็นเด็กหนุ่มพิการที่ไร้แขนขวา
@@@@@@@@@@@@@@@@@
ขณะเดียวกัน แต่อีกฟ้าฟากหนึ่ง
นครจันทรา ณ เดมอส
ไปไหนมา แล้วทำไมแต่งตัวแบบนั้น สุรเสียงหงุดหงิดที่ดังมาจาก... จ้าวปีศาจเอวิเดส ซึ่งกวาดตามองน้องสาวของตัวเองที่แต่งตัวเป็น ซิสเตอร์
เดี๋ยวนี้นับถือพระเจ้าแล้วหรือ
อ้าว ท่านพี่ ทำไมมาถึงที่นี่ได้ล่ะ ราชินีจันทราไม่ตอบ แต่กลับย้อนถามด้วยความแปลกใจมากกว่าที่พี่ชายของตนจะเดินทางมาถึงนี่ ซึ่งปกติแล้ว เอวิเดส แทบจะไม่เหยียบย่างมาที่นครแห่งนี้เลย เหตุผลน่ะหรือ ก็เพราะว่า เขากลัวที่จะหลุดปากพูดอะไรตามใจคิดน่ะสิ ซึ่งปกติ ก็พูดอะไรโดยไม่คิดอยู่แล้ว
"
ก็.... ไปกำกับละครมาน่ะสิ คำตอบของนาง ทำให้เกิดเครื่องหมายคำถามแปะอยู่บนใบหน้าของเอวิเดส
อ๊ะ ๆ อย่าถาม ความลับบอกไม่ได้ ว่าแต่ .... พรุ่งนี้ท่านจะไปรับ ว่าที่ราชินี ของท่านหรือเปล่า
ชิ ก็เพราะเรื่องนี้แหละ ที่ทำให้ข้ากลุ้มใจอยู่เนี่ย เพราะเจ้าคนเดียว ข้าไม่น่าเชื่อคำพูดของเจ้าเลย บอกให้แกล้งขอลูกสาวตาแก่ไฮคิง เพื่อแกล้งมัน ที่ไหนได้ ตาแก่นั่นดันบ้าจี้ ยกนางให้เป็นห่วงผูกคอข้า หรือว่ามันคิดจะแกล้งข้าก็ไม่รู้ ใบหน้าของท่านจ้าวปีศาจดูหงุดหงิดเป็นที่สุด
แหม ท่านพี่ เจ้าหญิงแห่งบารามอสงดงามน่ารักจะตาย ท่านไม่สนใจบ้างเลยเหรอ
ผู้หญิง เชอะ ก็เหมือนเจ้าน่ะสิ จอมยุ่ง น่าเบื่อจะตาย แถมยังเป็นยายเด็กปากร้าย ที่บังอาจมาว่าข้า แก่ อีก
เอวิเดสคิดอย่างหงุดหงิด เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า เจ้าหญิงแห่งบารามอสที่ตาแก่ไฮคิงยกให้นั้น จะเป็นคนเดียวกับเด็กสาวปากกล้าที่เขาพบในวันศึกหมากกระดานเกียรติยศ
อ้าว ทำไมมาลงมาที่ข้าล่ะ แต่ช่างเถอะ อีกไม่นาน ท่านจะต้องขอบใจข้า ที่ช่วยเป็นแม่สื่อให้ท่าน ลูน่าหัวเราะอย่างมีความสุข กับสิ่งที่ตัวเองได้เห็นในอนาคต แต่ จ้าวปีศาจเอวิเดส กลับรู้สึกเซ็งสุด ๆ ที่วังเดมอส ต้องมีผู้หญิงเข้ามาอยู่ด้วย แถมยังมาเป็นราชินีของเขาอีกต่างหาก
ชีวิตหนุ่มโสดหลายพันปีที่ผ่านมา ต้องปิดฉากลงแล้วหรือนี่
ท่านพี่ไม่ไปรับนางจริง ๆ หรือ ลูน่ายังคงเซ้าซี้ต่อไปอย่างสนุกสนาน
ไม่ สุรเสียงเข้ม ๆ ที่ตอบกลับมานั้น สร้างรอยยิ้มบนใบหน้างดงามของราชินีจันทรา ด้วยรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ยามใกล้รุ่ง วิลเพิ่งจะกลับมาถึงห้องพัก ที่เขาพักรวมกับอีกสามสหาย ด้วยว่าไม่อยากรบกวนทางทริสทอร์มากเกินไป เพราะว่าเมื่อพวกเขามาถึงก็ดึกมากแล้ว และเพียงแค่อาศัยนอนคืนเดียวเท่านั้น
เขาปรายตามองริชาร์ด ที่กอดหมอนข้างนอนหลับอย่างมีความสุขราวกับเด็กที่นอนฝันดี
บาโรนั่งพิงหัวเตียงหลับไป ในมือยังถือดาบปราบมารแนบกาย ท่าทางระวังภัย
ส่วนเวส นั่งกอดอกหลับท่าเดียวกับบาโร อย่างระวังตัว
เขามองอิริยาบถยามหลับของสามสหายแล้วก็ยิ้มอย่างขบขัน ก่อนจะล้มตัวลงนอนยังที่ของตน
พรุ่งนี้การเดินทางครั้งใหม่จะเริ่มต้นขึ้น หวังว่าพวกเขาคงเดินทางไปถึงสโนว์แลนด์โดยสวัสดิภาพ
เขาได้แต่ภาวนาในใจว่า อย่าให้บาโรอาละวาดออกมายามที่ต้องผ่านเดมอสก็พอ
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@