FanFicBaramos-Flower

บทที่ 2 ซากศพของดอกไม้

ร่างเล็ก ๆ ของเฟลิโอน่านอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงในห้องพักของวังคาโนวาล บาดแผลได้รับการเยียวยารักษาเรียบร้อยแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ฟื้น อาจจะเป็นเพราะว่าเสียเลือดไปมาก เนื่องจากตอนที่บาโรพาร่างของเธอกลับมานั้น เขาไม่ได้ควบอาชาด้วยความเร็วอย่างที่เคย ด้วยเกรงจะกระเทือนถึงบาดแผลที่ถึงแม้ความยาวของลูกศรนั้นจะถูกหักลงไปแล้ว แต่มันก็ยังคงปักคาอยู่ตรงนั้น และถ้าได้รับความกระเทือนอีกบาดแผลก็อาจจะเปิดกว้างขึ้นได้

ภายในห้องเหลือเพียงคนเจ็บที่นอนหลับไม่ได้สติ และบาโร เท่านั้น ส่วนริชาร์ดได้กลับไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก เมื่อเห็นว่าเฟลิโอน่าปลอดภัยแล้ว ด้วยรอยยิ้มประหลาดที่บาโรไม่ทันสังเกตเห็น

บาโรยืนกอดอกพิงหน้าต่างที่อยู่ห่างออกไปทางปลายเตียง นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจับจ้องที่ใบหน้าของเด็กสาวเพียงครู่อย่างไร้ความรู้สึกใด ๆ แล้วจึงแปรเปลี่ยนไปมองที่ดอกโรสแมรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างหัวเตียง เขาจ้องดอกไม้นั้นอยู่เป็นนา รอยไหววูบปรากฏขึ้นบนดวงตา และมิใช่เพียงดวงตาเท่านั้นที่หวั่นไหว หัวใจของเขาก็ไหวสะท้านไปกับดอกไม้ที่เห็นนั้น .... ดอกโรสแมรี่

ดอกไม้ ... ที่มีความหมายสำหรับเขาและ ..... เธอคนนั้น ..... อลิเซีย

ภาพแห่งความหลัง ภาพแห่งความทรงจำที่ไม่เคยถูกลบเลือนแม้เพียงเสี้ยวนาที แต่กลับยังคงฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ ทุก ๆ เรื่องราวที่เกี่ยวกับอลิเซีย ถูกเก็บรักษาดูแลไว้อย่างดี โดยหัวใจของเขาเอง

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ กี่วัน กี่คืน กี่เดือน และกี่ปี ดอกโรสแมรี่นั้นไม่เคยแห้งเหี่ยว หรือ เฉาตาย แม้ว่าเธอจะไม่ได้อยู่ในโลกนี้อีกแล้ว ดอกไม้ยังคงเหมือนเดิม เหมือนกับวันที่เขามอบมันแด่เธอ

เรื่องราวที่ถึงแม้จะผ่านมานานแสนนาน แต่มันกลับติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา .... มิรู้เลือน รอยยิ้มจาง ๆ อย่างมีความสุขปรากฏตรงมุมปากของเขาโดยไม่รู้ตัว ยามที่ดวงตาเขาจับจ้องที่ดอกโรสแมรี่นั้น แล้วเขาก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของวันวารดังเข้ามา ในความรู้สึก อีกครั้ง ..................

...............................................

บาโร!! รู้จักให้ช่อดอกไม้กับผู้หญิงบ้างไหม อลิเซียตวาดแหวด้วยความโกรธปนน้อยใจ เธอมีคนรักกับเขาคนหนึ่ง แต่ ... เหมือนใครซะที่ไหนล่ะ ตาบื้อนี่ ตั้งแต่คบกันมา ดอกไม้สักช่อยังไม่เคยให้ กลัวคาโนวาลล่มจมหรือไงนะ

ช่อดอกไม้ ? จะเอาไปทำอะไร ดอกไม้ที่ไร้ชีวิต ก็ไม่ต่างอะไรกับซากศพ รอวันเน่าสลาย

ท่าน !! อลิเซียร้องเสียงหลง ด้วยความโกรธสุด ๆ โกรธจริง ๆ จนลมออกหู กับคำตอบแบบหน้าตายของคนรัก เธอหวังมากเกินไปใช่ไหม หวังว่านายคนนี้จะมีคำตอบที่มันเข้าท่า คำแก้ตัว หรืออะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่ ........แบบนี้

..... ซากศพของดอกไม้

ตอบมาได้ ... มันน่านัก ไม่รู้ว่าตานี่รู้จักคำว่า โรแมนติค กับเขาบ้างไหม

นี่เธอมารักคนแบบนี้ได้ยังไงกัน

ธิดาแห่งองค์ไฮคิงที่หน้างอเป็นจวักด้วยความโกรธ ผลักอกคนตัวสูงตรงหน้าอย่างแรง แต่ก็ทำให้เขาเซถอยหลังไปได้เพียงก้าวเดียวเท่านั้น และหันหลังวิ่งหนีจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจเสียงตะโกนเรียกของเจ้าชายนักรบแห่งคาโนวาล ที่ถูกทิ้งให้ยืนอย่างเดียวดายด้วยความหงุดหงิดและไม่เข้าใจ

นี่เขาทำอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ

แต่ .... เช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็ไปยืนดักรอพบเธอที่ปราสาทขุนนา เขาเห็นเธอเดินคุยมากับเฮลด้า ..... หัวหน้าปราสาทขุนนา

เธอยังโกรธเขาอยู่จนไม่สนใจแม้แต่จะแลตามอง เฮลด้าหยุดทักทายเขาและพยักพเยิดมาทางอลิเซียที่อยู่ข้างกาย ถามคำถามด้วยสายตาว่า ทะเลาะกันมาอีกแล้วหรือ เขามองหน้าเฮลด้าครู่เดียวก่อนจะหันไปมองคนขี้งอนที่ยืนเงียบ แต่แกล้งหันหน้ามองทิวทัศน์รอบกาย เขาหันกลับไปมองเฮลด้าอีกครั้ง ก่อนจะลากข้อมือของอลิเซียให้เดินตามมา โดยไม่ฟังเสียงร้องโวยวาย หรือใบหน้ายิ้มแย้มอย่างรู้ทันของหัวหน้าปราสาทขุนนา ที่ไม่คัดค้านที่เด็กในปกครองของตนถูกหัวหน้าป้อมอัศวินลากตัวไปต่อหน้าต่อตา

เขาลากอลิเซียจนมาถึง ลานตะวัน ที่ยามเช้าเช่นนี้ ไร้ร้างผู้คน เพราะเพิ่งจะได้เวลาเข้าเรียนไปไม่นาน มีแต่พวกปีเจ็ดอย่างเขาที่ค่อนข้างว่าง

อลิเซียหน้าหงิกหน้างอไม่เลิก สะบัดหน้าพรืดไปอีกทางที่ไม่มีเขา เขาไม่ปล่อยมือเธอ แต่มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมไปหยิบกระถางดอกไม้เล็ก ๆ ที่วางแอบอยู่ใต้ต้นไม้ ยื่นส่งให้เธอ ภายในกระถางมีดอกโรสแมรี่สีม่วงอ่อน ดอกเล็ก ๆ มากมาย

ให้ทำไม ไหนว่าซากศพของดอกไม้ไง เสียงใสเอ่ยประชดอย่างไม่หายโกรธเรื่องเมื่อวาน

ดอกไม้นี่ยังมีชีวิต

แล้วไง

เพราะว่ามันมีราก มันมีโอกาสเติบโต งอกงาม และ ..... จะคงอยู่กับเจ้าตลอดไป

................

ดูแลมันให้ดีนะ อลิเซีย

อลิเซียก้มหน้างุด กอดกระถางใบน้อยไว้แนบอก ใบหน้าซับสีชมพูจาง ๆ บ่นงึมงำเบา ในลำคอ

แค่ให้ดอกไม้ ทำไมต้องพูดอะไรให้คนเขาอายด้วยนะ ตาบ้า

อลิเซียเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาสุกใส เธอยืนเขย่งเท้าขึ้น หอมแก้มเขาเบา ๆ และวิ่งหนีไปก่อนที่เขาจะทันคว้าตัวไว้ได้

........................................................................

เสียงเคาะประตูห้องที่ดังขึ้นมานั้น ทำให้ประตูแห่งความทรงจำของเขาถูกปิดลง

มหาดเล็กเข้ามาทูลรายงานว่า คณะทูตจากอันเช็คมาถึงแล้ว เขาพยักหน้า และหันมามองหน้าคนที่หลับสนิทบนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไป พร้อมกับสั่งให้นางกำนัลเข้ามาเฝ้าดูแลนา

.......................................................................................................

เฟลิโอน่า

เฟลิโอน่า ลูกรัก

เฟลิโอน่าที่นอนสลบไสลบนเตียงใหญ่ รู้สึกว่าตัวเองเบาราวปุยนุ่น ถูกดึงให้ล่องลอยไปตามน้ำเสียงที่ไพเราะ อบอุ่น ที่เรียกชื่อเธอจากที่ไกลแสนไกล จนสุดท้ายเธอพบว่าตัวเองเดินอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้งดงาม กลิ่นหอมอ่อน ๆ เย็นระรื่นโชยมาตามสายลมบางเบา แสงแดดอ่อน ๆ ส่องเป็นประกายบนยอดหญ้า ความเจ็บปวดบาดแผลเมื่อก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น เธอหันไปมองรอบกายและเริ่มรู้สึกว่า เธอรู้จักสถานที่นี้ดี

นี่มันสวนสมเด็จพระราชินีแห่งเดมอสนี่นา

เฟลิโอน่า

เฟลิโอน่า ลูกรักของแม่

เสียงหวาน ๆ แว่วมาตามสายลมอีกครั้ง น้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความรักทุกถ้อยคำ น้ำเสียงที่เพียงได้ยินเป็นครั้งแรก ก็ซึมซับลงในหัวใจที่เคยว้าเหว่ เติมเต็มความอบอุ่นที่เคยขาดหายไป เธอหันมองไปทั่ว เพื่อมองหาเจ้าของเสียงอันแสนอบอุ่นนั้น และตรงนั้นเอง มีร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ สตรีที่มีใบหน้างดงามราวกับนางฟ้าผู้ใจดี รอบกายรายล้อมด้วยดอกโรสแมรี่สีม่วงอ่อน สตรีที่ใคร ๆ ก็บอกว่า เธอถอดแบบของสตรีผู้นี้ออกมา ................. ท่านแม่อลิเซีย

เธอไม่รู้ว่าตัวเองเดินไป หรือว่า ลอยไปหาท่านแม่ รู้เพียงแต่ว่า ตอนนี้เธออยู่ในอ้อมแขนของท่านแม่แล้ว เธอกอดท่านไว้แน่น ซุกหน้าลงในอุราที่เฝ้าฝันมาชั่วชีวิต อบอุ่นทุกครั้งที่มือบางของท่านแม่ลูบเบา ๆ ที่เส้นผมของตนอย่างรักใคร่ รอยจุมพิตบาง ๆ ของท่านแม่ที่มอบให้แก้มทั้งสองข้าง

ลูกรักของแม่

แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน

น้ำเสียงอ่อนหวานดังกังวานราวกับความฝัน สองมือเรียวของท่านแม่อลิเซียประคองใบหน้าเธอขึ้นมา จ้องมองมาในดวงตาสีเดียวกัน

ลูกอยู่ที่นี่แล้ว บอกเขาด้วย ว่าแม่ขอโทษ

เธอขมวดคิ้วอย่างงุนงง บอกใคร ขอโทษใคร และทำไมเธอถึงไม่สามารถพูดอะไรได้เลย ทั้ง ๆ ที่เธอได้ยินเสียงของท่านแม่ทุกคำ อยากพูดคุยกับท่าน อยากบอกท่านว่า เธอรักและคิดถึงท่าน มากแค่ไหน

บอกเขาว่า ไม่ใช่ความผิดของเขา อย่าได้โทษตัวเองเช่นนี้

บอกเขาว่า แม่อยากเห็นเขาเป็นคนเดิมที่แม่เคยรู้จัก อย่าได้จมอยู่กับอดีตที่สูญเสีย

บอกบาโรด้วยว่า แม่จากไปแล้ว แต่ดอกไม้ยังคงอยู่ตลอดไป ......

ความรู้สึกแรกยามที่รู้สึกตัวก็คือ ความเจ็บ จากความเจ็บกลายเป็น ..... ปวดระบม เฟลิโอน่าเปิดเปลือกตาได้เพียงนิด มองภาพเบื้องหน้าอย่างงุนงงและสงสัย คนมากมายหน้าตาไม่คุ้นเคย กำลังวุ่นวายกับตัวเธอ ทั้งตรวจอาการไข้ ตรวจบาดแผล หรือเช็ดตัวให้ ซึ่งช่วยให้ความร้อนในกายคลายลงไปบ้าง

บาดแผลที่เริ่มอักเสบ ทำให้ปวดระบม ปวดแสบปวดร้อน เหมือนมันถูกทิ่มแทงด้วยเข็มที่ลนไฟร้อน ๆ นับหมื่นเล่ม ที่พร้อมใจกันกรูเข้ามาจิ้มลงบนผิวเนื้อ ทำให้เนื้ออ่อนตรงขานั้นบวมเป่ง และแดงช้ำ ยังผลให้เจ้าของร่างกายถึงกับไข้ขึ้น เหงื่อหยดเล็ก ๆ เกาะพราวบนใบหน้างามที่แดงก่ำด้วยพิษไข้ เรียวปากบางซีดขาวราวกับกระดาษ ทั่วทั้งร่างกายก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อราวกับอาบน้ำ นางกำนัลสองคนที่เฝ้าดูแล ต้องคอยเช็ดตัวให้เป็นระยะ และอีกหลายคนที่วิ่งวุ่นวายกันไปหมด โดยมีหมอหลวงเข้ามาตรวจดูอาการอยู่สม่ำเสมอ เธอปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนล้า และอ่อนแรง

คิดถึงท่านพ่อ ไม่รู้ว่าท่านจะรู้ไหม ว่าเธอถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ

และอยู่ที่นี่ .... คาโนวาล แต่ส่วนไหนของคาโนวาล เธอก็ไม่รู้

ท่านพ่อ .....

ท่านแม่ .....

ท่านแม่บอกอะไรกับเธอนะ

ท่านแม่บอกให้เธอขอโทษคน ๆ หนึ่งแทนท่าน

บอกให้คน ๆ นั้น อย่าได้เสียใจและโทษตัวเองอีกต่อไป

บอกเขาว่า ..... ดอกไม้ยังคงอยู่

.... บาโร ....

..

ถึงแม้ภายในห้องจะวุ่นวายกันสักแค่ไหน ทั้งหมอหลวงและนางกำนัล แต่กลับปราศจากเงาของเจ้าของไข้ ..... บาโร วาเนบลี ด้วยอาคันตุกะที่มาเยือนจากต่างแดน ทำให้เขาไม่อาจปลีกตัวออกมาได้ ทั้ง ๆ ที่ใจจริงเขาอยากจะไปสั่งการดูแลด้วยตนเอง เพราะความเป็นห่วง

ห่วงในฐานะที่เขาเป็นผู้ทำร้าย ทำให้เธอบาดเจ็บ

ห่วงในฐานะที่เธอเป็นลูกสาวของผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด .... อลิเซีย

.............................................................................................

เฟลิโอน่า พ่อเข้าไปนะลูก คำถามที่ดังขึ้นภายหลังเสียงเคาะประตูสองสามครั้ง เมื่อไร้ซึ่งเสียงใสแจ้ว ๆ ของลูกสาว จ้าวปีศาจเอวิเดสจึงเปิดประตูเข้าไปภายในห้องส่วนตัวของเฟลิโอน่า เพราะความที่ลูก ........ เป็นผู้หญิง เขาจึงไม่ผลุนผลันเปิดประตูเข้าไปโดยไม่บอกก่อน

พรุ่งนี้จะเป็นวันครบรอบวันที่อลิเซียจากไป

สิบเจ็ดปีแห่งความเดียวดาย อ้างว้าง ...... ต้องอยู่เพียงลำพังกับหัวใจที่เหลือเพียงครึ่งดวง

หัวใจที่แตกสลายไปครึ่งหนึ่งนั้น มันตายไปพร้อมกับนางแล้ว ....... ความเสียใจที่ไม่อาจปกป้องคนที่ตนรัก เขาเป็นถึงจ้าวปีศาจที่คนทั้งหล้าต่างกลัวเกรง มีอำนาจเวทมนตร์มากมาย แต่กลับ ...... ไม่อาจยื้อชีวิตนางไว้จากมัจจุราช ต้องทนเห็นนางถูกพรากลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา และในอ้อมแขนคู่นี้

รู้ทั้งรู้ว่าในสักวันหนึ่ง นางต้องจากเขาไปก่อน เพราะช่วงเวลาของชีวิตที่ต่างกันของมนุษย์กับปีศาจ แต่ว่า .... ต้องไม่ใช่แบบนี้ มันเร็วเกินไป .........

เร็วเกินไปอย่างนั้นหรือ แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่าพอดี ต้องให้นางมีชีวิตยืนยาวถึงเพียงไหน เขาจึงจะไม่เสียใจเมื่อถึงเวลาที่นางต้องจากไป ไม่เคยมีคำว่าเพียงพอ สำหรับเวลาแห่งความสุข อยากต่อเวลาแห่งความหวานชื่นเหล่านั้นให้ยาวนานต่อไป ไม่มีสิ้นสุด

แต่ว่า .......... ความตายอยู่เหนืออำนาจการควบคุมของปีศาจ

....... การถูกพรากคนที่รักมันเจ็บแบบนี้นี่เอง .......

หัวใจของปีศาจที่บอบช้ำจากการสูญเสีย หัวใจที่เหลืออีกเพียงครึ่งดวงนั้น มอบแด่ลูกสาวเพียงคนเดียว .....

เฟลิโอน่า ..... เจ้าจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่พ่อจะยอมสูญเสีย

ความว่างเปล่าไร้ซึ่งเงาของเฟลิโอน่า มีเพียงกระดาษหนึ่งแผ่นวางเด่นบนโต๊ะอ่านหนังสือ ที่กลายเป็น โต๊ะกองขนม มีขนมมากมายหลากหลายชนิดที่ล้วนแต่เป็นของโปรดของเจ้าหญิงแดนปีศาจ วางระเกะระกะ และเลอะเทอะเต็มไปหมด ราชันย์แห่งเดมอสฉวยกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านปราดเดียวอย่างรวดเร็ว

ท่านพ่อ ลูกไปธุระข้างนอกแป๊บ จะรีบกลับมาให้ทันอาหารค่ำ ไม่ต้องห่วง

เฟลิโอน่า

โกโดม !! สุรเสียงห้าว ๆ ของเอวิเดสดังกังวานลั่นห้อง เขายืนรออีกครู่หนึ่ง จึงร้องเรียกอีกครั้ง และดังกว่าครั้งแรก

โกโดม !!

ปกติเรียกไม่ทันขาดคำ มันก็จะโผล่เขากวางของมันมาให้เห็นแล้ว แต่นี่ ....

หรือว่ามันจะไปกับเฟลิโอน่า

เอาเถอะ ถึงยังไงเจ้าโกโดมมันก็ยังพอพึ่งพาได้อยู่บ้าง

............................................................................................

เย็นค่ำตะวันตกดิน ที่โต๊ะเสวยอาหารของแดนปีศาจ เอวิเดสนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่หัวโต๊ะ โดยมีน้องชายราชายักษ์เกรเซอร์ กับลูน่า ราชินีจันทรา ผู้เป็นน้องสาว นั่งอยู่คนละข้าง ทั้งสองต่างมองหน้าผู้เป็นราชันย์แห่งแดนปีศาจ ผู้เป็นพี่ชายอย่างขบขันนิด ๆ กับท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่าน ลุกขึ้นเดินไปมาหลายรอบอย่างว้าวุ่นใจที่ลูกสาวยังไม่กลับมา

ท่านพี่เอวิเดส ท่านนั่งลงเถอะ เดี๋ยวเฟลิโอน่าก็กลับมา น้ำเสียงหวาน ๆ ของลูน่า ไม่อาจคลายความร้อนใจของเอวิเดสไปได้เลย

เจ้าสองคนทานกันไปก่อนเถอะ ข้าจะไปหาลูก

ท่านให้พวกทหารออกไปตามหาแล้วนี่นา ราชายักษ์เกรเซอร์ เอ่ยทักท้วงบ้าง เหล่าปีศาจทหารถูกส่งออกไปติดตามหาเจ้าหญิงเฟลิโอน่าทั่วแดนเดมอส ตั้งแต่ก่อนเวลาอาหารเย็นตั้งนานแล้ว

ไม่ได้เรื่องเลยสักตน ข้าจะออกไปหาเอง

ถ้าเฟลิโอน่าอยู่ในเดมอส ไม่มีทางที่เราจะหาไม่เจอหรอกค่ะ ลูน่าเอ่ยพลางยิ้มเย็น ๆ นัยน์ตาสุกใสซ่อนเร้นประกายบางอย่างไว้ภายใน

เอวิเดสจ้องสบนัยน์ตาของลูน่านิ่งนาน คิ้วเข้มขมวดมุ่น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบ ๆ เขารู้ว่าน้องสาวมักจะรู้อะไรดี ๆ มากมาย แต่ไม่ค่อยยอมบอก ชอบแกล้งให้คนอื่นอยากรู้

เจ้าหมายความว่า ...... เฟลิโอน่าไม่ได้อยู่ในเดมอสอย่างนั้นหรือ

ท่านไปเด็ดดอกไม้ของใครมาล่ะ แทนที่จะตอบคำถามของพี่ชายตรง ๆ ลูน่ากลับย้อนถามไปคนละเรื่อง ทำให้เอวิเดสผู้ที่อารมณ์ดีตลอดกาลเริ่มหงุดหงิดขึ้นมานิด ๆ ที่ตัวเองกลายเป็นของเล่นของลูน่า

เจ้าบอกมาตรง ๆ ดีกว่า ลูน่า นั่นหลานของเจ้านะ

นางปลอดภัยดี ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอก ลูน่าว่าพลางเริ่มลงมือรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างสบายอารมณ์ เอวิเดสขุ่นใจน้องสาว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรู้นิสัยดี ถ้าเจ้าตัวไม่อยากบอก ต่อให้เค้นคอให้ตายก็ไม่ยอมพูดเด็ดขาด เขาจึงกระแทกกายลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหงุดหงิด พลางคิดทบทวนคำพูดปริศนาของลูน่า

ท่านไปเด็ดดอกไม้ของใครมาล่ะ

......................................................................................

ฝ่าบาท เหล่านางกำนัลลุกขึ้นถอนสายบัวให้อย่างนอบน้อม เมื่อเห็นกษัตริย์แห่งคาโนวาลเดินผ่านประตูเข้ามา ก่อนจะค่อย ๆ เดินเรียงรายกันออกไปอย่างรู้หน้าที่ บาโรรีบรุดมาดูอาการของเด็กสาวด้วยความเป็นห่วง ทันทีที่คณะทูตจากอันเช็คลากลับไป

บาโรไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้ารับรู้ และรอจนนางกำนัลเหล่านั้นพ้นจากประตูห้องออกไป เขาจึงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงหัวเตียง เขาได้รับฟังอาการของเฟลิโอน่าจากหมอหลวงแล้วว่า นางปลอดภัยดี ตอนนี้ไข้ก็ลดลงแล้ว เหลือเพียงอาการอักเสบของแผลเท่านั้นนั้น

การที่ได้เห็นเฟลิโอน่าที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายอลิเซีย ทำให้เขาทั้งรู้สึกดีใจและเจ็บแปลบในหัวใจไปพร้อม ๆ กัน ทั้งดวงตาสีน้ำตาลคู่โตสดใสที่เขาไม่เคยลืม ดวงตาที่เคยทำให้โลกที่แห้งแล้งของเขาเต็มไปด้วยชีวิตชีวา นางทำให้ชีวิตของเขาที่เคยทำทุกอย่างตาม หน้าที่ ได้แปรเปลี่ยนเป็น ทำหน้าที่ด้วยใจรัก ใส่ความรักเข้าไปในภาระหน้าที่ ทำให้หนทางที่เขาต้องก้าวเดินไปสู่จุดหมายนั้นมีดอกไม้ผลิบานอยู่รายทาง ระบายความอ่อนหวานและอ่อนไหวให้หัวใจที่แสนเย็นชากับความอ้างว้างในหนทางที่ต้องก้าวเดินไป ให้รู้จักวาดฝันหวานเพื่อเป็นแรงใจให้ชีวิต นางสอนให้เขาได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำกล่าวที่ว่า

บนผืนดินที่แห้งผากสักเพียงไหน ก็ยังคงมีดอกไม้ผลิบานได้ทุกที่

แต่ว่าดอกไม้ที่งดงามที่เคยผลิบานบนผืนดินนั้นได้ดับสลายลงไปแล้ว ด้วยสองมือของเขาเอง เขาทำให้นางต้องจากไปก่อนเวลาอันสมควร หากเขาไม่ดื้อดึง ไม่เจ็บแค้นจนกระทำการโง่ ๆ ลงไป หวังเพียงจะทำลายผู้ที่ช่วงชิงนางไป นางก็ยังคงเป็นดอกไม้ที่สดใสงดงาม ที่ถึงแม้จะไปหยั่งรากลงในดินถิ่นแดนอื่น แต่อย่างน้อย

เขาก็ยังสามารถคอยมองอย่างห่วงหาได้จากที่ไกล ๆ

ยังได้รับรู้ว่า .......... ดอกไม้นั้นยังคงอยู่

แต่ว่าตอนนี้ ..... ไม่มีอีกแล้ว

บาโรรู้สึกตัวจากภวังค์ เพราะร่างน้อยบนเตียงเริ่มกระสับกระส่าย ริมฝีปากบางขมุบขมิบเอ่ยรำพึงถ้อยประโยคที่เขาได้ยินไม่ถนัด เขาจึงขยับผ้าห่มให้คลุมกายของเฟลิโอน่า และฝ่ามือใหญ่อบอุ่นจึงลูบศีรษะเล็ก ๆ ที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลเข้มนุ่มละมุนมือนั่นอย่างปลอบประโลม สักพักร่างบางนั้นจึงค่อยสงบลง ลมหายใจที่ทอดยาวสม่ำเสมอ ทำให้เขารู้ว่านางเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างมีความสุข เพราะใบหน้าหวานนั้นระบายแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มจาง ๆ เขาเผลอยิ้มตามรอยยิ้มนั้น ก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไป

...............................................................................


edit @ 2006/06/04 17:34:23

เพลงสำหรับฟิค My soul is yours, your heart is mine ฟังทีไร คิดถึงป๊ะป๋าบาโรทุกที สงสารบาโร คนที่อ่านบารามอสส่วนมากจะไม่ค่อยชอบบาโรนัก ถ้าเทียบกับอีกสองสิงห์ แต่เรากลับชอบเขามากที่สุดในบรรดาสามสิงห์ เป็นคนที่น่าสงสารออก ถูกพรากคนรักไป แล้วผิดหรือที่เขาจะยังยึดติด ยึดมั่นในความรัก เขา ... คือคนที่ถูกทำร้ายนะ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าอลิเซียจะมีเอวิเดส แล้วก็ตาม แต่ความรักนั้นยังคงอยู่ อยู่ภายในใจของบาโรตลอดไป ไม่มีอะไร มาจะลบภาพอลิเซียจากใจของเขาได้


เพลง
: ตะกอน

ศิลปิน : อู๋ ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

อัลบั้ม : พายุธรรมพ์ณธร



กี่เดือนกีปีแล้ว มันนานเท่าไรแล้ว ที่ฉันไม่เคยได้เจอเธอ

แต่ยังคิดถึง คืนวันซึ้งๆเหล่านั้น


แต่เธอคงลืมแล้ว ก็เธอมีใครแล้ว แต่ฉันไม่มีใครแทนเธอ
มันแทนไม่ไหว มันลบภาพเธอไปไม่ได้เลย



กาลเวลาไม่อาจลบภาพเธอไป ยังตราตรีงติดตรงนั้นตรงกลางใจ
คนอย่างฉัน ตราบจนวันนี้



และยังคิดถึงเธออยู่เสมอ แม้ไม่ได้เจอเนิ่นนานเท่าใด
ตะกอนความรักมันยังตกใน ยังติดในใจของฉัน
แค่คนขมๆคนหนึ่ง ที่ยังคงซึ้งกับวันหวานๆที่เลยไป
แต่เธอคงลืมแล้ว ก็เธอมีใครแล้ว แต่ฉันไม่มีใครแทนเธอ
มันแทนไม่ไหว มันลบภาพเธอไปไม่ได้เลย



กาลเวลาไม่อาจลบภาพเธอไป ยังตราตรีงติดตรงนั้นตรงกลางใจ
คนอย่างฉัน ตราบจนวันนี้



และยังคิดถึงเธออยู่เสมอ แม้ไม่ได้เจอเนิ่นนานเท่าใด
ตะกอนความรักมันยังตกใน ยังติดในใจของฉัน
แค่คนขมๆคนหนึ่ง ที่ยังคงซึ้งกับวันหวานๆที่เลยไป
จะนานเพียงไหนยังมีเธอนั้นตรงกลางใจ

... ไม่ลืม...


ฟังเพลงออนไลน์ ได้ที่นี่ http://imusic.teenee.com/2/frame/1729.php ค่ะ


edit @ 2006/04/06 15:54:39



ฟิคเรื่องนี้ คนเขียนโรคจิตอย่างเรา คิดพล็อตขึ้นมาได้ไงก็ไม่รู้ ที่แน่ ๆ เพราะความชอบ ท่านอาหก กับ ปุ๊กฮุ่ย จากเรื่อง ดาบมังกรหยก (เตียบ่อกี้) มาก ๆ ก็เลยจับบาโร กับ เฟลิโอน่า มาละเลงแทน โฮะๆๆๆๆๆๆ ^^ ทำใจก่อนเข้ามาก่อนก็แล้วกันนะ


......................................................

บทที่ 1 ดอกไม้ มิรู้โรยรา

อลิเซีย ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เคียงคู่กัน

ถึงแม้ว่า .... เจ้าจะจากไปแล้ว

แต่ ..... หัวใจของข้าจะเป็นของเจ้าจนนิรันดร์

........................

สิบเจ็ดปีแล้วสินะ ที่เราอยู่กันคนละภพ ไม่ใช่คนละแดนดินเหมือนก่อน

เจ้าจากไปไกล ยังที่ที่ข้าตามไปไม่ถึง .....

สิบเจ็ดปีที่หัวใจข้าด้านชาจากความเจ็บปวดที่สูญเสียเจ้า

เจ็บเสียยิ่งกว่าตอนที่เห็นเจ้าเดินจากไปยังเดมอส

และ ..... ข้าเองที่เป็นผู้หยิบยื่นความตายให้แก่เจ้า ข้าทำลายทุกอย่างลงด้วยมือของข้าเอง

สิบเจ็ดปีที่ข้าฝังตัวเองอยู่กับอดีตที่แสนอบอุ่น อ่อนหวาน ..... เวลาที่มีเพียงเราสอง

ข้าหยุดเวลาไว้เพียงนั้น หยุดความฝัน ความทรงจำดี ๆ ทั้งหมด

ไว้ที่เจ้าเพียงผู้เดียว ..... อลิเซีย

....................................................................

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเบา ๆ ทำให้กษัตริย์บาโร วาเนบลี รู้สึกองค์จากความทรงจำที่แสนหวานและแสนจะเจ็บปวดทุกครั้งยามคำนึง เสมือนน้ำผึ้งที่อาบยาพิษ รู้ทั้งรู้ว่ามีพิษ แต่ก็ไม่เคยเข็ดที่จะลิ้มลอง เขายังคงยินดีที่จะจดจำไว้มิรู้ลืม ยอมเจ็บปวด อาดูร ขอเพียงได้นึกถึง

ไง บาโร เจ้าลืมนัดล่าสัตว์กับข้าแล้วหรือ กษัตริย์ริชาร์ด โมนาโรค พระสหายสนิทถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาหลังจากเคาะไปเพียงสองครั้ง โดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง ด้วยความสนิทสนมกันมานา

โทษที ข้าคิดอะไรเพลินไปหน่อย บาโรลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตน ก้าวยาว ๆ มาทางริชาร์ด

เฮ้อ เจ้าน่ะนะ มัวแต่จมปลักอยู่กับอดีต ออกไปดูโลกภายนอกซะบ้าง หาเมียแต่งงงแต่งงานได้แล้ว ครองตัวเป็นโสดมาได้ยังไงตั้งสิบเจ็ดปี ปล่อยให้ตำแหน่งราชินีของคาโนวาลตะไคร่ขึ้น หยากไย่เกาะ

ริชาร์ดพูดกระแนะกระแหนสหายรักด้วยความอิจฉานิด ๆ ที่หมอนี่มันยังคงความหล่อเหมือนเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน วันเวลาเพียงแค่เปลี่ยนใบหน้าของหนุ่มน้อยรูปงาม ให้กลายเป็นชายชาตรีที่แข็งแกร่ง คมเข้ม แลดูน่าเกรงขามขึ้น บุคลิกทระนงองอาจเยี่ยงนักรบ หมอนี่ไม่เคยสนใจเจ้าหญิงองค์ไหน ครองตัวเป็นกษัตริย์เนื้อหอม เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ทั่วเอเดน ตั้งแต่ครองราชย์มันก็ทำแต่งาน บริหารประเทศจนเป็นมหาอำนาจ นี่ขนาดมันทำหน้าดุอย่างกับราชสีห์ กลับยิ่งถูกใจสาว ๆ เสียนี่

หนุ่มน้อยที่ใจร้อน มุทะลุ คนก่อนหายไปไหนไม่รู้ กลับมีชายหนุ่มที่สุขุม เยือกเย็น มาแทนที่

และความเยือกเย็นนั้น ก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาราวกับหิมะในฤดูหนา นับตั้งแต่ เธอผู้นั้น อำลาจากโลกนี้ไป

สวรรค์ลำเอียง ทำไมหมอนี่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

แต่เขา กลับอ้วนลงพุงหัวล้านอย่างนี้

เมื่อก่อนยังหล่อสูสีกันอยู่เลย คิดแล้วก็อยากใช้เวทอ่อนเยาว์จริง ๆ

ริชาร์ดได้แต่เข่นเขี้ยวในใจอย่างหมั่นไส้ปนริษยาเล็กน้อย

ช่างข้าเถอะ จะไปหรือเปล่า ล่าสัตว์น่ะ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ท่ามกลางป่าโปร่งทางทิศตะวันออกของคาโนวาล มีต้นไม้ใหญ่ยืนตระหง่านสูงเสียดฟ้ากันอย่างประปราย ไม่หนาแน่น เหนือยอดไม้ขึ้นไป คือท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าสด มีเมฆขาวลอยเอื่อย ๆ อย่างเกียจคร้าน แดดจัดยามบ่าย ส่องแสงแรงกล้าจนแสบตา แต่ถูกชดเชยด้วยลมเย็น ๆ ที่พัดมาบางเบา ป่าโปร่งแห่งนี้มีพฤกษาหายากนานาพันธุ์ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า จะพบพันธุ์ไม้งามเหล่านี้ ณ ดินแดนนักรบอย่างคาโนวาล

ฝ่าบาท ทรงมาไกลเกินไปแล้วพ่ะยะค่ะ กระหม่อมว่า เรากลับกันดีกว่า ท่านจ้าวจะทรงกริ้ว เสียงเล็ก ๆ แต่ดังกังวานเกินตัวดังขึ้นท่ามกลางเสียงธรรมชาติของป่าเขา

หุบปากเสียทีได้ไหม เจ้ากวาง เสียงใส ๆ อีกเสียงหนึ่งตอบกลับมาห้วน ๆ ทันทีอย่างหงุดหงิด เนื่องจากทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย และหิวจนแทบจะเป็นลม

สาวน้อยผมสีน้ำตาลยาวสลวยรวบสูงขึ้นเป็นหางลาไว้ด้านหลัง ดวงตาสีเดียวกันกับสีผมมีแววหงุดหงิด ท่าทางซุกซน แก่นแก้ว แต่งกายด้วยชุดกางเกงทะมัดทะแมง ใบหน้าเนียน ๆ นั้นขึ้นสีก่ำเพราะอากาศร้อนถึงแม้จะมีสายลมเย็น ๆ พัดโชยเอื่อย ๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย เหงื่อหยดเล็ก ๆ ซึมตามไรผมและบางส่วนก็ไหลลงแก้มนวลทั้งสองข้างตามแรงโน้มถ่วงของโลก สองเท้าของสาวน้อยก้าวเดิน สายตาก็สาดส่อง กวาดไปทั่วสุมทุมพุ่มไม้ของป่าแห่งนี้ กำลังมองหาสิ่งที่ต้องการ

สิ่งใดกันที่สำคัญถึงขนาดว่า เจ้าหญิงเฟลิโอน่า เกรเดเวล แห่งเดมอส ต้องดั้นด้นมาตามหา ไกลถึงป่าของคาโนวาล

เจ้าหญิงทรามวัยคนเก่ง กำลังเดินนำหน้า สิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งสิ่งที่ส่งเสียงดังลั่นป่าเมื่อครู่ก่อน สิ่งมีชีวิตที่เล็กมาก เล็กจนแทบต้องก้มลงไปมองให้ดี มิเช่นนั้นอาจจะเหยียบถูกมันเข้า มันมีชื่อว่า ..... โกโดม เป็นโคมุสตัวจิ๋วหลิวขนาดเท่าฝ่ามือ บนหัวมีเขาเหมือนเขากวางที่ดูงามสง่า ไม่เหมาะกับรูปร่างแคะแกร็นของมัน

ฝ่าบาท นี่ก็บ่ายมากแล้ว กลับกันก่อนเถิด พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็ได้ เจ้ากวางตัวน้อยกระจ้อยร่อย ออกวิ่งเพื่อให้ทันเจ้าหญิงแห่งเดมอส ตาโต ๆ วาว ๆ ของมันก็มองไปรอบกายอย่างระแวดระวังภัย

งั้นแกกลับไปก่อนเลยไป รำคาญ อ๊ะ เจอแล้ว

น้ำเสียงของเฟลิโอน่าแปรเปลี่ยนจากการบ่นก่นด่าเจ้ากวางในตอนแรก เป็นอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ เมื่อสายตาเหลือบแลเห็น สิ่งที่ต้องการ

มันคือ ดอกแมรี่โรสสีม่วงอ่อนช่องาม นั่นเอง

ท่านพ่อบอกว่า ท่านแม่ชอบดอกโรสแมรี่ที่สุด ข้าจะเก็บไปไว้หน้าสุสานท่าน

เฟลิโอน่าเอื้อมมือเด็ดดอกไม้งามมาหลายช่อไว้ในอ้อมแขน ปากก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุข เมื่อนึกถึงท่านแม่อลิเซียที่จากไปตั้งแต่เธอมีอายุได้เพียงเดือนเดียว เธอจำหน้าท่านแม่ไม่ได้ มีแต่ภาพวาดสีน้ำมันเท่านั้น ท่านพ่อบอกว่า เธอคล้ายท่านแม่มาก แต่เธอคิดว่าท่านแม่สวยกว่าเธอเยอะ

ที่เดมอสก็มีนี่นา ฝ่าบาท 

เจ้ากวางขี้บ่น เอ่ยถามอย่างฉงนใจ เพราะดอกโรสแมรี่เป็นดอกไม้ทรงโปรดขององค์ราชินีอลิเซีย พระองค์ทรงนำกระถางใบน้อยที่มีดอกโรสแมรี่สีม่วงอ่อนเบ่งบานเต็มกระถาง ติดตัวมาด้วยตอนที่เดินทางมายังเดมอส ดังนั้นท่านจ้าวปีศาจเอวิเดส ทรงสั่งให้ปลูกดอกไม้ชนิดนี้ทั่ว สวนสมเด็จพระราชินี

สวนดอกไม้งามที่เป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่ท่านจ้าวมีต่อสาวน้อยเอเดนผู้ครอบครองดวงหทัยของพระองค์

เหมือนกันที่ไหนเล่า พวกนั้นมันกลายพันธุ์ไปหมดแล้ว โรสแมรี่พันธุ์แท้ดั้งเดิมต้องเก็บที่คาโนวาล ท่านพ่อว่าอย่างนั้น

เฟลิโอน่าหันมาพูดกับเจ้ากวางก่อนจะหันไปเก็บดอกไม้ต่อไปจนเต็มอ้อมแขน เมื่อได้ปริมาณมากพอแล้ว เธอก็ร่าย เวทไม่รู้โรย ใส่เหล่าดอกไม้เพื่อให้มันคงความสดสวยแบบนี้จนกว่าเธอจะเดินทางกลับถึงเดมอส

เจ้ากวางโคมุส กระโดดขึ้นไปยืนบนหินก้อนใหญ่ผิวเกลี้ยงเกลา บริเวณใกล้ ๆ กันนั้น ระหว่างรอให้เจ้าหญิงของมัน นั่งบนพื้นจัดการห่อดอกไม้และเก็บใส่ย่ามใบโต จะเข้าไปช่วยก็ถูกไล่ออกมา มันเลยได้แต่ยืนโดดเด่นบนหินก้อนนั้น และเขากวางแสนสวยของมันโผล่พ้นเหนือพุ่มไม้ขึ้นมาแต่เพียงนั้น ส่วนลำตัวถูกบดบังด้วยไม้พุ่มนั้นนั่นเอง ใครมาเห็นก็คงนึกว่าเป็นลูกกวางตัวน้อย

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

อาชาไนยสองตัว วิ่งกุบกับมาในบริเวณป่าทางด้านทิศตะวันออกของคาโนวาล บนหลังของอาชาทั้งสองมีร่างของสองกษัตริย์ สองดินแดน หนึ่งคาโนวาล อีกหนึ่งคือแอเรียส ในมือของทั้งสองมีเกาทัณฑ์คนละคัน

แล้วสายตาของกษัตริย์บาโรก็แลเห็นกวางผู้ ตัวใหญ่สง่างามตัวหนึ่ง ยืนและเล็มหญ้าอย่างเอร็ดอร่อย เขาควบอาชาเข้าไปใกล้ ๆ อย่างเบาเสียงที่สุด ทว่า .... เจ้ากวางตัวงามกลับรู้ตัว มันกระโดนแผลวหนีไปก่อนที่เขาจะขึ้นสายธนู บาโรและริชาร์ดจึงรีบตะบึงม้าของตน ไล่ติดตามกวางนั้นไป ระยะที่เคยห่างก็ใกล้เข้ามา บาโรไม่รอช้า ง้างคันศรขึ้นอีกครั้งจนสุดสายและปล่อยมือ หมายพิชิตเจ้ากวางป่า

และดูเหมือนเจ้ากวางป่าตัวนั้นดวงยังไม่ถึงฆาต มันจึงกระโดดหนีไปทันก่อนที่ลูกธนูนั้นจะพุ่งมาถึง

แต่ว่า ....

ลูกธนูดอกนั้นก็ไม่สูญเปล่า เพราะมันพุ่งไปหาร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ลุกขึ้นยืนขึ้นมาพอดี ตรงตำแหน่งที่เจ้ากวางป่าตัวนั้นเคยยืนอยู่ ในอ้อมแขนของเธอเต็มไปด้วยดอกโรสแมรี่

เขากวางอันเล็ก ๆ สวยงามโผล่เหนือพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาขึ้นสายธนูและเล็งไปตรงเป้าหมายทันที ก่อนที่เขาจะปล่อยศรออกไปเพียงเสี้ยวนาที เบื้องหลังตรงจุดที่บาโรคิดว่ามีกวางป่านั้น กลับมีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งยืนพรวดขึ้นมา เขารีบเบี่ยงคันศรทันที แต่สายเกินไป ศรถูกแรงดีดออกจากคันแล้ว เขาจึงทำได้เพียงเบี่ยงเกาทัณฑ์ไปด้านข้างแทน แต่ศรที่พุ่งทะยานออกไปนั้นรวดเร็วเกินไป มันเบี่ยงทิศไปนิดเดียวจริง ๆ แต่ก็ไม่พ้นร่างของเด็กสาวคนนั้น

ฉึก !!!

ลูกศรดอกงามปักตรงบริเวณเหนือหัวเข่าของเด็กสาวคนนั้น และทะลุไปอีกด้าน ปักคาอยู่อย่างนั้น เลือดสีแดงเข้มข้นทะลักออกมาตรงบาดแผล บาโรเห็นเธอยกมือกุมตรงบาดแผลรอบศร และทรุดตัวม้วนกายลงกับพื้นหญ้า ท่ามกลางความตกใจและตกตะลึงของกษัตริย์ทั้งสอง เด็กสาวก้มหน้าด้วยความเจ็บปวด ทำให้บาโรไม่อาจเห็นดวงหน้านั้นได้ และเขาก็ไม่เคยคาดคิดว่า โชคชะตาจะเล่นตลกกับเขา ..... อีกครั้ง

บาโรรีบควบม้าทะยานตรงไปยังร่างที่นอนคุดคู้อยู่ทันที เขาตกใจมากจนไม่ได้ยินเสียงแหลมเล็กที่ร้องดังลั่นราวกับฟ้าถล่ม แต่เขาก็สังเกตเห็นตัวอะไรสักอย่างเล็ก ๆ ที่กำลังวิ่งตรงไปยังร่างคนเจ็บ เท้าสั้น ๆ ของมันไม่อาจเร็วไปกว่าขายาว ๆ ของเขา เขาจึงไปถึงตัวของเด็กสาวคนนั้นก่อนมัน

เมื่อกระโดดลงจากม้า บาโรก็รีบประคองร่างของเด็กสาวขึ้นมา และพอได้เห็นดวงหน้าขาวซีดที่เหยเกด้วยความเจ็บปวดของเธอ ความตกใจของเขาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก เพราะใบหน้าของเด็กสาวคนนี้ ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับคน ๆ หนึ่งเหลือเกิน .....

คนที่เขาไม่เคยลืม และจะไม่ลืมจนชั่วชีวิต

อลิเซีย ....

เจ้าตัวเล็ก ๆ ที่เขาเห็นไว ๆ เมื่อครู่กำลังวิ่งมาแต่เสียงเล็ก ๆ ของมันดังมาก่อนตัว

แก !!! ไอ้คนถ่อย ปล่อยเจ้าหญิงเฟลิโอน่า เดี๋ยวนี้นะ

บาโรเงยหน้ามองไปทางเสียงนั้น เมื่อเห็นว่ามันเป็นตัวอะไร ก็จำได้ในทันที เขาเรียกชื่อมันเสียงดัง พอ ๆ กับที่มันตะโกนเรียกเขา

โกโดม !!

เจ้าโกโดมผู้ซื่อสัตย์วิ่งห้อมาเต็มที่ เท่าที่ขาสั้น ๆ ของมันจะทำได้ มันไม่เห็นหน้าคนที่ทำร้ายเจ้าหญิง มันรู้แต่ว่า ต้องไปช่วยเจ้าหญิงของมันก่อน แล้วค่อยจัดการกับเจ้าคนป่าเถื่อนคนนั้น แต่พอเห็นหน้าคนที่ทำร้ายและกำลังประคับประคองเจ้าหญิง มันก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน และตะโกนเรียกชื่อที่มันติดปากมาตลอดออกไป

สุนัขเอเดน !!

ถ้าไม่ติดว่าเป็นห่วงร่างของเด็กสาวในอ้อมแขน บาโรคงจะเอาดาบฟาดปากมันไปแล้ว สำหรับวาจาสามหาวที่บังอาจเรียกเขาเป็น สุนัข จึงได้แต่กัดฟันกรอด จ้องมันตาแทบถลน

เดี๋ยวข้าจัดการมันเอง บาโร เจ้าดูแลแม่หนูนี่เถอะ

กษัตริย์ริชาร์ดบอกอย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งก้าวยาว ๆ อย่างอุ้ยอ้าย เพียงก้าวเดียวก็ถึงตัวเจ้าโคมุสตัวน้อย ริชาร์ดคีบมันขึ้นมาด้วยสองนิ้วและร่ายเวทปิดปากให้มันเป็นใบ้ก่อนที่มันจะตั้งตัวได้ทัน เจ้าโกโดมจึงได้แต่ดิ้นพราด ๆ ไปมาในอากาศ ส่งเสียงอื้ออึงที่ฟังไม่ได้ศัพท์แม้แต่คำเดียว

ตั้งแต่ที่ริชาร์ดได้เห็นใบหน้าของเด็กสาวเคราะห์ร้ายคนนี้ ความคิดบางอย่างแล่นปราดเข้ามาในสมองอันชาญฉลาดของเขาทันที

แม่หนูคนนี้ คงจะเป็นเฟลิโอน่า ลูกสาวของอลิเซียกับเอวิเดสสินะ โตเป็นสาวขนาดนี้และน่ารักเสียด้วย ชักจะสนุกซะแล้วสิ

บาโรก้มมองบาดแผลของเด็กสาวในอ้อมแขน ค่อยอุ้มร่างเล็ก ๆ นั้นขึ้นมาและพาไปนั่งพิงใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาก้มลงมองลูกธนูที่ปักทะลุขาของเธอ หากยามอยู่ในสนามรบ ลูกน้องใต้บังคับบัญชาของเขาได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ เขาคงไม่ลังเลที่จะดึงลูกศรนั้นออกมา เพราะนักรบคาโนวาลทุกคน ได้รับการฝึกฝนให้อดทนต่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว หากแต่ว่า คนเจ็บตรงหน้า เป็นเพียงเด็กสาว คงทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเลือดอาจจะไหลทะลักออกมาไม่หยุด เขาจึงไม่กล้าเสี่ยง แต่จะให้ปล่อยไว้แบบนี้ก็คงไม่ได้เช่นกัน

อดทนหน่อยนะ เขาเอ่ยเบา ๆ กับเด็กสาว ทันทีที่สิ้นสุดเสียงนั้น ปลายลูกศรที่ยาวเกะกะนั้นก็ถูกหักลงอย่างรวดเร็ว ร่างเล็ก ๆ นั้นสะดุ้งเฮือก แต่ไม่มีเสียงร้องเปล่งออกมา ได้แต่ขบเม้มริมฝีปากแน่น เลือดที่ปากแผลไหลออกมาอีก

ทันทีที่หางตาของบาโรมองเห็นเงามหึมาของสหายเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาใกล้ เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ออกจะสั่งกลาย ๆ

ริชาร์ด เอาผ้าเช็ดหน้าของเจ้ามา

อะไรกัน ของเจ้าไม่มีหรือไง

ข้าไม่พก

เฮ้ย นี่มันผ้าไหมปักด้วยดิ้นทองคำจากเวนอลเชียวนะ

เอามา อย่าพูดมาก เดี๋ยวข้าซื้อคืนให้

กษัตริย์ริชาร์ดทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอ ก่อนจะจำใจหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดส่งให้อย่างแสนเสียดาย เพราะเจ้าคนชอบสั่ง มันเอาไปพันแผลห้ามเลือดให้เด็กสาวนั่น และคำสั่งต่อมาก็ทำให้เขาแทบเต้น

ริชาร์ด รักษาบาดแผลด้วย

นี่ ๆ ฝ่าบาท กระหม่อมมิได้เป็นหมอหลวงประจำคาโนวาลนะ อยากรักษาก็พากลับไปสิ

ริชาร์ด บาโรเรียกชื่อสหายเสียงดังอย่างหงุดหงิด อย่างคนที่ชอบออกคำสั่งแต่ถูกขัดคำสั่ง

ไม่ล่ะ ข้ารับผิดชอบโดยการเสียสละผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดแล้ว ไหนยังจะจัดการกับเจ้ากวางเปี๊ยกนั่นอีก เจ้าล่ะทำอะไรบ้าง ดีแต่สั่ง สั่ง สั่ง ริชาร์ดบ่นกระปอดกระแปดอย่างเสียดายผ้าเช็ดหน้าไม่หาย เลยหันมากัดอีกฝ่ายบ้าง

เพราะเป็นสหายคบหากันมานาน บาโรจึงไม่ถือโกรธ ที่ถูกต่อว่า เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ เสียงกวนประสาทของริชาร์ดก็แว่วมาให้ได้ยิน

รีบพากลับไปเถอะน่า ดูสิ แม่หนูหน้าซีดปากซีดจนจะกลายเป็นศพแล้ว

บาโรถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะค่อย ๆ อุ้มร่างเล็ก ๆ นั้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม เสียงแหบแห้งที่ดังเบา ๆ พอให้ได้ยินในระยะใกล้ ทำให้เขาหยุดชะงัก

ดอกไม้ของข้า

บาโรเหลือบตามองตามที่มือเล็ก ๆ นั้นชี้ไป จึงได้เห็นดอกโรสแมรี่ตกกระจายเกลื่อนพื้นโดยรอบ เขาชะงักนิ่งไปนาน นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างจ้องมองดอกไม้นั้นไม่วางตา ก่อนจะที่วางร่างเล็กนั้นลงพื้น เก็บดอกไม้นั้นส่งคืนให้เธอ และอุ้มขึ้นอีกครั้งพากลับไปยังอาชาที่ยืนอยู่อย่างสงบไม่ไกลจากที่นี่

ในช่วงที่ริชาร์ดกับบาโรกำลังโต้เถียงกันนั้น เฟลิโอน่าเจ็บปวดบาดแผลอย่างที่สุด ความร้อนผ่าวแผ่กระจายจากบาดแผลขยายไปทั่วร่าง เหมือนเนื้อรอบบาดแผลนั้นเต้นตุ้บ ๆ พร้อมจังหวะการเต้นของหัวใจ เธอรู้สึกว่าเลือดอุ่น ๆ ยังไหลออกมาไม่ขาดสาย ทำให้เธออ่อนแรงเป็นอย่างมาก ดวงตาคู่งามที่ปิดสนิทพยายามอย่างยิ่งที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นมา เพื่อมองหน้าคนที่ทำร้ายเธอและกำลังประกองกอดเธออยู่ ถึงแม้จะเจ็บปวดมากจนแทบทนไม่ไหว แต่ความเจ็บใจที่ถูกทำร้าย มันก็คุกรุ่นเช่นกัน เลือดในกายมันสั่งให้เธอลุกขึ้นมาเล่นงานอีกฝ่ายบ้าง แต่เธอก็ลุกไม่ไหว ได้แต่โวยวายเป็นเด็ก ๆ อยู่ในใจ

ใครกัน บังอาจทำร้ายข้า ข้าจะฟ้องท่านพ่อ

นัยน์ตาสีน้ำตาลของเธอแลเห็นภาพของใครคนหนึ่งอย่างเลือนรางราวกับความฝัน ถ้าไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด

ใบหน้าของชายผู้หนึ่งผิวสีทองแดง ผมสีทอง ดวงตาสีฟ้าคู่คมที่นิ่งสงบออกจะหงุดหงิดเล็กน้อย และรอยแผลเป็นจาง ๆ บนใบหน้า

ทั้งสีหน้าและแววตาแบบนี้ เธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ เหมือนเคยเห็น เมื่อนานมาแล้ว ....

แล้วยังอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบประคองเธออยู่อีกเล่า มันช่างอบอุ่น เคยคุ้นในความทรงจำเหลือเกิน ...

ด้วยความห่วงดอกไม้ที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลจากเดมอส เธอจึงพยายามเปล่งเสียงออกไปอย่างอ่อนแรงเต็มที ตอนที่เห็นคนใจร้ายนี่ยืนนิ่งเป็นนาน เธอนึกว่าเขาจะไม่ยอมเก็บดอกไม้มาคืนเธอเสียแล้ว แต่เมื่อเห็นเขาหยิบยื่นดอกไม้ส่งมาให้ เธอก็ค่อยคลายใจหน่อย

อย่างน้อย ก็ยังไม่ใจดำเกินไปนัก

.....................................................................................


edit @ 2006/06/04 17:25:54